ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - DSJ

หน้า: [1] 2
1
หลังจากซ่อมซีลท้ายเครื่องมาประมาณ 1,000 กม. เกิดอาการไฟเครื่องโชว์ เช็ครหัสแล้วได้ P0717 คาดเดาว่าเซ็นเซอร์ตัวในภาพด้านล่างพังน่ะครับ เป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดรอบเกียร์อยู่ตรงหน้าเกียร์ ราคาศูนย์แรงทีเดียว ต้องหาซื้อมือสองมาลองเปลี่ยนครับ ปวดหัวใช้ได้เลยทีเดียว ไม่แน่ใจว่ามันจะพังเพราะตอนซ่อมซีลท้ายเครื่อง เนื่องจากช่างต้องถอดยกเกียร์ลงมาแล้วไปสกิดเซ็นเซอร์หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ หรือมันจะพังของมันเองกันเนาะ พอจะเสียก็นัดกันเสียมาติดกันเลย

2
วันนี้นึกขยันพอ เลยหาแม่แรงมายกเพื่อส่องช่วงล่างล้อหน้าขวาซะหน่อย หลังเคลมปีกนกไปพักใหญ่จนตอนนี้หมดกระกันมาก็นานละ อายุรถ 4 ปี 7 เดือนด้วยระยะทาง 65,xxx กม. เสียงดังปีกนกหน้าขวาเริ่มออกลาย เวลาขับผ่านลูกระนาดแบบสูงๆหน่อยจะมีเสียง แก๊ก แก๊ก สองที ยกรถดูไปดูมาก็ไม่เห็นมีไรผิดปกติ จากนั้นเหลือบไปเห็นคราบน้ำมันเครื่องซึม มีน้ำมันจ่อที่จะหยดลงพื้นน่าจะประมาณครึ่งหยดได้เลยยังไม่พอที่จะหยดลงพื้น น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ จุดที่ นมค ซึมคือจุดที่อยู่ต่ำสุดตรงรอยต่อระหว่างเครื่องยนต์กับเกียร์ มีน๊อตยึดจุดนั้นอยู่ประมาณ 4-5 ตัว ผมก็เลยหาประแจเบอร์ 14 มาไขย้ำให้แน่นขึ้นกว่าเดิม หากระดาษชิชชูมาเช็ดคราบ นมค ออก เท่าที่สังเกตอาการ นมค ซึมเพิ่งจะมาเป็นเอาตอนระยะทาง 60,000-65,xxx กม. เพราะตอนเปลี่ยนถ่าย นมค ตอน 60,000 กม. ผมเปลี่ยนถ่ายเองอาการ นมค ซึงยังไม่เจอ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะเกี่ยวกับ นมค เบอร์ 10W-30 หรือเปล่านะ เพราะก่อน 60,000 กม. ผมใช้ นมค 0W-20 ของศูนย์โตมาตลอด อันนี้แค่เดาครับยังไม่มีหลักฐานอะไร หลังไขน๊อตคงต้องเฝ้าดูอาการอีกสักหน่อย ไว้จะเก็บรูปมาให้ดูนะครับ ส่วนอาการเสียงปีกนกดังก็คงต้องชั่งมังละ อิิอิๆ หมดประกันละนิถ้าจะซ่อมก็คงต้องได้เสียกะตังค์แล้วล่ะ รอให้มังใกล้หลุดค่อยซ่อมละกัน  :emo_052: :emo_052: :emo_052: :emo_052: :emo_052:


ปล. ในรูปคือหลังเช็ดคราบ นมค ออกแล้ว

3
วันนี้นึกสนุกขึ้นมาเฉยเลย ขับยายี๋ขึ้นเขาชัน คือแบบว่าตั้งใจนะครับ ใช้เกียร์ D ขับถึงกลางเขา ยกเท้าออกจากคันเร่ง รถก็จะชลอและหยุด จากนั้นรถก็ถอยลงเขาครับ พอเริ่มถอยเท่านั้นแหละเครื่องยนต์ดับเองเฉยเลย ก็เพิ่งรู้นะว่าเข้าเกียร์ D ถอยลงเขาเครื่องยนต์จะดับ เล่าสู่กันฟังเฉยๆนะ น้องๆหนูๆอย่าได้ทำตามเชียว อันตรายมากๆ พอเครื่องดับ ระบบเสริมแรงเบรกก็หยุดทำงาน ทำให้เบรกแข็งเบรกไม่อยู่นะครับ

4
อายุมากขึ้นปัญหาก็เริ่มรุมเร้า อายุรถ 3 ปี 10 เดือน วิ่งน้อยอยู่นะ 56,xxx โล ปัญหาคือไฟชาร์จเริ่มอ่อน ติดเครื่องใหม่ไฟเข้า 13.8-14 V หน่อยๆ ขับไปได้ 6 นาที เหลือ 12.0-12.4 V ปัญหาคือแบตอ่อนไม่เก็บไฟ ดับเครื่องเปิดเพลงฟังแป๊บๆสตาร์ทมีแอบลุ้นติดไม่ติด หลังจากหาข้อมูลมาพักนึงก็รื้อไดร์ชาร์จซะหน่อยดีกว่า
1. ถอดขั้วแบตลบออกซะก่อน
2. ถอดแผ่นครอบบนหม้อน้ำออก
3. ถอดแผ่นครอบคอท่อไอเสียออก
4. ถอดสายพานหน้าเครื่องออก วิธีการคือเอาประแจไปหมุนดัดลูกรอกตั้งสายพานให้หย่อน มันจะมีหัวน็อตเฉพาะสำหรับการนี้อยู่แล้ว
5. ถอดสายไฟไดร์ชารจออก
6. ถอดน็อตยึดไดร์ชาร์จ มีน็อตยึด 2 ตัว ถอดยากพอควร น็อตแน่นโพดๆแถมพื้นที่ทำงานก็แคบมาก
7. ถอดฝาครอบด้านหลังไดร์ชาร์จออกก็จะเจอกับแปรงถ่านละ
8. ทำความสะอาดด้วยแปรงปัดๆเป่าๆ จากนั้นใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียด ผมใช้เบอร์ 2000 ขัดๆถูๆแถบทองแดงจุดสัมผัสระหว่างแปรงถ่านกับแกนไดร์ชาร์จ
9. ประกอบกลับตามเดิมเป็นอันเสร็จพิธี

ปล. หลังทำความสะอาดดีขึ้นมาหน่อยนึง กระแสไฟชาร์จไม่ต่ำกว่า 12.8 V ละ แต่มันยังไม่ดีที่สุด ผู้เชี่ยวชาญท่านใดพอจะทราบหรือไม่ครับว่ามันเป็นปัญหาตรงจุดไหนได้อีกช่วยแนะนำด้วยนะครับผม ขอบคุณครับ เท่าที่หาข้อมูลมาขณะเครื่องยนต์ทำงานกระแสไฟต้องอยู่ระหว่าง 13.5-14 V นิดหน่อยถึงจะดี การวัดกระแสไฟผมใช้มัลติมิเตอร์วัดที่ขั้วแบตครับ

5
วันนี้อยู่ว่างๆเลยเก็บเสียงอ๊อดแอ๋ดที่คันเกียร์ซะหน่อย โยก N --> D ดังอ๊อดแอ๋ด จับอัดจารบีซะเลย

หลังอัดจารบีเงียบไปละ

6
และแล้ววันที่สุดจะทนก็มาถึงครับ อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ วันนี้สุดจะทนละเลยจัดซะเละเลย กลัวพังเอามากมาย  :emo_008: :emo_008: ต้องตั้งพวงมาลัยให้ตรง ล้อต้องตรงเสมอนะครับ เพื่อตอนประกอบกลับจะได้ไม่งานเข้า พวงมาลัยจะได้ตรงเหมือนเดิมไงครับ ถอดออกยังไงก็ใส่กลับเหมือนเดิมนะครับ ตอนถอดห้ามหมุนพวงมาลัยเข็ดขาด ไม่งั้นงานอาจจะเข้าได้
1. เริ่มจากการถอดแกนพวงมาลัยครับ ก่อนอื่นต้องถอดสายไฟต่างๆ ที่คอพวงมาลัยออกก่อนให้หมด โดยถอดที่ปลั๊กเสียบนั่นแหละครับ จากนั้นก็ถอดน๊อตตามลำดับภาพด้านล่างเลยครับ ตรงเซ็นเซ้อร์จับการหมุนของพวงมาลัยหลังถอดน๊อตเสร็จเอาปลั๊กสายไฟออก จากนั้นก็ใส่น๊อตกลับเหมือนเดิมครับโดยในส่วนของสายไม่ต้องใส่ เพื่อเวลาถอดแกนออกเซ็นเซ้อร์จะได้ไม่หลุดตกออกมาเสี่ยงการชำรุดเสียหาย ถอดน๊อตเสร็จก็จับพวงมาลัยดึงเข้าหาตัวก็จะได้พบกับแกนพวงมาลัยแล้วล่ะครับ ปอกหุ้มแกนและพวงมาลัยจะหลุดออกมาทั้งยวง ได้เห็นแกนพวงมาลัยก็คราวนี้ล่ะครับ ผมก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน
2. อัดจารบีแกนพวงมาลัยซะหน่อย แถมด้วยฉีดจารบีขาวแบบสเปรย์ในจุดที่ไม่สามารถอัดจารบีเข้าไปได้ ตรงจุดที่เป็นเซ็นเซ้อร์จับการหมุนของพวงมาลัยไม่ต้องอัดจารบีนะครับเดี๋ยวงานอาจจะเข้าเอาได้

หลังประกอบกลับเสร็จเสียงดังที่ว่าหายไปครับ พวงมาลัยแน่นฟิตขึ้นมามาก แต่ต้องรอดูอีกพักใหญ่ๆ ครับว่าจะกลับมาเป็นอีกหรือไม่

หน้าตาแกนพวงมาลัยก็ตามรูปด้านล่างเลยครับ

7
ขอสอบถามเพื่อเปรียบเทียบและเป็นความรู้ครับ
เริ่มจากยารีส 1.2 เป็นพวงมาลัย EPS ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่รู้คือเวลาดับเครื่องสามารถหมุนพวงมาลัยได้ แต่หนักหน่อย
เรื่องเกิดคือ ผมถอดครอบพวงมาลัยเพื่อติดตั้งไฟรู้กุญแจ มันจะต้องหมุนพวงมาลัยเพื่อถอดน๊อต ผมหมุนโดยไม่ติดเครื่องยนต์ มันต้องหมุนไปซ้ายและขวาเพื่อถอดน๊อต หลังงานเสร็จ เวลาขับรถติดเครื่องนะ เวลาเลี้ยวขวาหรือหมุนพวงมาลัยไปทางขวา จะมีจังหวะนึงดังกึกเบาๆ มาก แต่รู้สึกได้ มือที่หมุนพวงมาลัยก็รู้สึกได้เช่นกัน คือรถก็ยังขับได้ปกติไม่มีปัญหาช่วงล่างแต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกรำคาญเอามากเวลาเจอเสียงรบกวน ผมเคยรื้อดู พอรู้มาว่าช่วงที่เกิดเสียงหรือมีปัญหาจะอยู่ระหว่างตัวพวงมาลัยถึงตัวมอเตอร์ EPS ผมมีรูปให้ดูด้วยครับ ไม่ใช่ของยารีสนะครับ ผมเอามาจากในเน็ต

อยากสอบถามพี่ๆ ว่า พี่ๆ ที่เคยหมุนพวงมาลัยเพื่อล็อคคอพวงมาลัยเจออาการแบบที่ผมเจอไหมครับ ถ้าเจอมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง ตอนแรกผมกะจะถอดออกมา ถอดแกนพวงมาลัยออกมาดู แต่มันถอดยากมาก เกินความสามารถผม ถ้าจะรื้อคงต้องพึ่งช่าง รถผมหมดประกันละ คือมันก็ยังไม่เกิดปัญหาใหญ่โตก็เลยยังไม่อยากเอาไปให้ช่างรื้อ กลัวได้ปัญหาเพิ่ม ขอบคุณครับ

8
ตอนแรกๆ มีความคิดอยากจะติดเกจวัดอะไรประมาณนั้น อยากได้อุณหภูมิหม้อน้ำกับอัตราสิ้นเปลือง โวลต์ เลยเข้าไปดูๆ ในลาฯ แต่แอบแพงและคงต้องตัดต่อสายไฟ กับติดตั้งเซ็นเซ้อร์จุกจิกพอควร ไปๆ มาๆ เจอ HUD Head-Up Display OBD2 เออก็น่าสนใจดีไม่แพงและไม่ต้องตัดต่อสายไฟใดๆ ด้วย เข้าทางเลย เลยสั่งของไป ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก และแล้วผ่านไปสี่ห้าวันของก็มาส่ง ไม่รอช้าติดตั้งใช้งานดูหน่อย จากการใช้งานอุปกรณ์ตัวนี้เหมาะกับใช้งานช่วงเช้าเย็น คือก่อนอาทิตย์ขึ้นและหลังอาทิตย์ตกดินแล้ว กลางวันแดดเปรี้ยงๆ แทบดูไม่ออกว่าเลขวิ่งถึงไหน ส่วนกลางคืนมืดๆ บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่พอควร ช่วงนี้ยังเห่ออยู่คงทนใช้ไปก่อน นานไปคงมีถอดทิ้งกันบ้างล่ะครับผม

9
อุปกรณ์
1. หลอดไฟห่วง ราคา 250 บาท
2. ไขควงสี่แฉก
3. สายไฟเส้นเล็กๆ
4. หางปลาตัวเล็กกกกๆ
5. ท่อหด
6. เคเบิลไทน์
7. หัวแร๊งค์
8. ตะกั่วเชื่อม
9. ความพยายามที่แลกมาด้วยความเสี่ยงกับความสูญเสีย

วิธีการ
1. ถอดแผ่นปิดเหนือขาเบรก เริ่มด้วยการถอดน๊อต 3 ตัวออก กดตัวข้างน๊อตตัวกลาง แผ่นปิดจะหลุดออก ค่อยๆ ถอดดึงออกมา
2. ถอดแผ่นปิดใต้พวงมาลัย ขึ้นไปนั่งที่เบาะคนขับ หามุมเหมาะๆ จับให้มั่นคง ค่อยๆ ดึงเข้าหาตัว เริ่มจากทีละมุมจะง่ายกว่า เมื่อแผ่นปิดหลุดออกจะติดสายไฟปุ่มควบคุมกระจกมองข้าง ให้ถอดปลั๊กปุ่มควบคุมออก
3. การถอดฝาครอบคอพวงมาลัย ถอดน๊อตยึดฝาครอบออก มีทั้งหมด 3 ตัว ตามรูป การแงะฝาครอบออกจากกันเสี่ยงมากที่ตัวล๊อกจะหัก (ผมทำหักไปเรียบร้อย) วิธีการคือ ควรเริ่มถอดจากฝั่งขวามือก่อนจะง่ายกว่า เอานิ้วล้วงไปด้านในว่าตัวล๊อคอยู่จุดไหน จากนั้นเอานิ้วโป้งขวากดที่ขอบฝาครอบล่างตรงรอยต่อระหว่างฝาครอบล่างบน นิ้วมือซ้ายที่เหลือจับประคองฝาครอบล่างบน ใช้มือขวาจับฝาครอบล่างค่อยๆ ดึงฝาครอบล่างลงพร้อมขยับซ้ายขวานิดๆ หน่อยๆ ไม่เกินพยายามเด๋วก็หลุดออกจากกัน ค่อยๆ หามุมขยับ เอาฝาครอบออกจากคอพวงมาลัย ต้องมีการปรับพวงมาลัยขึ้นลงเพื่อง่ายต่อการเอาฝาครอบออก
4. เอาห่วงหลอดไฟมาคล้องกับรูกุญแจ ต่อสายสีแดงไฟบวกเข้ากับปลั๊กสวิทย์ไฟเบรกสายสีแดงหรือที่ปลั๊กไฟรูกุญแจสายสีแดง ส่วนสายสีดำนำไปต่อกับปลั๊กไฟเพดานสายสีเทาไฟลบแบบหน่วงเวลาที่เสาเอฝั่งซ้าย เมื่อต่อเสร็จเรียบร้อยห่วงหลอดไฟต้องติด ถ้าไม่ติดให้ใช้มือกดสวิทย์ประตูฝั่งคนขับแล้วปล่อย หรือปิดประตูฝั่งคนขับแล้วเปิดประตูไฟก็จะติด (ถ้าอุปกรณ์และระบบไม่มีปัญหา)
5. ประกอบทุกชิ้นส่วนกลับเข้าที่ เป็นอันเรียบร้อย

10
แมวใครก็ไม่รู้ ไม่น่าจะมีเจ้าของ อยู่ๆ มันก็โผล่มาเป็นของขวัญปีใหม่ซะงั้น แสบจริงๆ ระวังกันด้วยนะครับ  :-[ :-[ :-[ :'( :'( :emo_008: :emo_008:

11
ซื้อมาติดเองครับ มือใหม่หัดติดจากยูทูป
1. ปิดรอยหินดีด รอยขูดขีด รอยมีรอบคัน
2. กันรอยที่จะเกิดในอนาคต
ติดประมาณนี้เสี่ยงโดนตำรวจจับมั้ยครับ ท่านใดเคยโดนพี่ตำไรมาบ้างช่วยเล่าสู่กันอ่านหน่อยครับผม หรือมีวิธีติดแบบเนียนๆ ช่วยสอนด้วยนะครับผม ขอบคุณครับ  :-\ :-\

12
ตอนแรกเห็นเอิ่มคนออกแบบออกมาได้ไงเนี่ย แต่เอ๊ะ!!! ดูๆ ไปชักเข้าท่าอยู่นะ พอเข้าไทยจะเป็นไงบ้างน๊อออ

ที่มา  http://m.pantip.com/topic/35586049

13
วันหยุดยาวที่จะถึงนี้เพื่อน สมช มีโปรฯเที่ยวไหนกันครับ หน้าฝนแบบนี้อยากขึ้นเขาดูต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี+หมอกเหมยคงฟินใช่เล่น เดินทางเที่ยวกันปลอดภัยนะครับ ส่วนผมทำงานอดเที่ยวตามเคย  :emo_008: :emo_008: :-\ :-[

14
พี่ๆ ท่านใดพอจะช่วยแนะนำวิธีการทำอย่างไรให้เสียงเตือนโจรกรรมรุ่น E ไม่เกิดเสียงดังบ้างครับ คือผมลองถอดปลั๊กแตรที่อยู่ในห้องเครื่องแล้วแต่เสียงก็ยังดังอยู่ คือระบบมันต่อไปยังแตรหน้ารถด้วยอ่ะครับ ปกติถ้ามันดังแจ้งเตือนมันจะดังทั้งแตรหน้ารถและแตรในห้องเครื่อง พอจะมีวิธีหรือตำแหน่งที่สายไฟที่ต่อจากระบบโจรกรรมไปยังแตรหน้ารถที่สามารถตัดต่อเอาออกได้หรือไม่ครับ ขอคำชี้แนะด้วยครับ

ปัญหาคือรถผมเวลาล็อคด้วยรีโมทมันชอบร้องแจ้งเตือนโจรกรรมครับ ผมเลยอยากเอาเสียงเตือนออก หรือจะถอดปลั๊ก หรือตัดสายไฟแตรออก เพื่อไม่ให้เกิดเสียง หรือพอจะมีวิธีปิดเสียงแจ้งเตือนหรือไม่ เพราะมันชอบร้องซะหลอนเลยครับ ไม่กล้าล๊อคด้วยรีโมทเลยตอนนี้ เข้าศูนย์ขอเป็นตัวเลือกสุดท้ายละกันครับ เข้าไปแต่ละทีได้แต่รอยแถมกลับมาผมล่ะไม่อยากเอาไปให้ช่างศูนย์รื้อเลย เริ่มมีอาการผิดปกติหลังจากเคลมกล่อง ecu body ขอบคุณล่วงหน้าครับผม

15
ขับรถระวังกันด้วยนะครับ วันหยุดยาวไปเที่ยวกันมาเจอขวดน้ำปลิวใส่กันชนหน้าเป็นรอยนิดหน่อยขัดๆ ถูๆ เอาครับ  :-\ :-\

ชุมพร-กาญจนบุรี-น้ำตกเอราวัณ-เขื่อนศรีนครินทร์-แคราย-สายไหม-อ่าวมะนาว-ชุมพร
ระยะทาง 1,273.8 กิโลเมตร
ใช้น้ำมัน E20 จำนวน 73.178 ลิตร
ค่าน้ำมัน 1,630 บาท
อัตราสิ้นเปลือง 17.4 km/l
อัตราค่าน้ำมัน 1.28 บาท/โล
ความเร็วยืนพื้น 80-120 km/h บางช่วงร้อนปรี๊ดแตกก็ปาไปเยอะเหมือนกัน
อากาศร้อนๆ ใจคนขับร้อนๆ ค่อนข้างกินเลยทีเดียว เดินทางสองคนสัมภาระนิดๆ หน่อยๆ ขาขึ้น ชุมพร-กาญจนบุรี 19.13 km/l หลังจากนั้นเละเทะไม่เป็นท่าแล้วครับ

https://youtu.be/MgUHgiWsq5I

หน้า: [1] 2