ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - sun sukata

หน้า: [1] 2 3 ... 6
1
ยืนยันอีกเสียงว่าขับสนุก :emo_107:
https://youtu.be/5l_ha2_Z40I

2
มือใหม่ป้ายแดงสวยแจ่มเลยฮั๊บ :emo_090:

3
อัพเดตล่าสุด...ตอนนี้รถวิ่งได้ 40000 โลแล้ว ผมขับไปทำงานทุกวัน จะเติมน้ำมัน 500 บาททุกเช้าวันจันทร์ ทั้งอี20 ทั้งแก้ส95 เติมสลับกันไปมาพอถึงวันเสาร์น้ำมันก็ค่อนถังทุกครั้งไม่ว่าจะเติมน้ำมันอะไร ถึงวันจันทร์ก็ต้องเติมใหม่อยู่ดี 500 บาท
สรุป! ผมเลยเติมแก็ส95 ไปเลยดีกว่ารถพุ่งดีกว่ากันเยอะยังไงก็ได้เติมอาทิตย์ละ500อยู่ดี :emo_108: :emo_108:

4
เข้ากลุ่มไลน์อิสานด้วยคนครับ :emo_108:
ไลน์ไอดี sukata.net

5
บางทีเห็นหลุมว่าจะหักกลายเป็นหักใส่หลุมทุกทีเลย :emo_107:

6
อันตรายจากการขับขี่ยานพาหนะช่วงฝนตก และในบริเวณที่มีน้ำขัง
การขับขี่ยานพาหนะในช่วงเวลาฝนตกและในบรเวณที่มีน้ำท่วมขัง ถือเป็นหนึ่งในสถานะการณ์เสี่ยง ที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ ทั้งยังส่งผลให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย เพื่อความปลอดภัย ผู้ขับขี่จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการขับขี่ด้วยความเร็วในสถานะการณ์ดังกล่าว  คุณรู้หรือไม่ว่าสถิการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเดือนมิถุนายนต์-ตุลาคม คิดเป็น 38.88% ของจำนวนการเกิดอุบัติเหตุตลอดทั้งปี
ข้อมูลจาก carprakan.com

ทำไมขับขี่ยานพาหนะในสภาพถนนที่มีน้ำขังจึงอันตราย
1.   ประสิทธิภาพในการเบรคลดลง เมื่อถนนเปียกแรงเสียดระหว่างล้อและถนนจะน้อยกว่าช่วงที่ถนนแห้ง
•   ระยะหยุดรถระหว่างถนนแห้งและถนนเปียก
•   ความเร็ว 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระยะที่สามารถหยุดรถบนถนนที่แห้งคือ 25 เมตร และถนนเปียกระยะที่สามารถหยุดรถได้คือ 36 เมตร
•   ความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระยะที่สามารถหยุดรถบนถนนที่แห้งคือ 52 เมตร และถนนเปียกระยะที่สามารถหยุดรถได้คือ 81 เมตร
•   ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระยะที่สามารถหยุดรถบนถนนที่แห้งคือ 102 เมตร และถนนเปียกระยะทีสามารถหยุดรถได้คือ 169 เมตร
•   จะเห็นได้ว่าการขับขี่เร็วขึ้น จะต้องใช้ระยะหยุดรถให้มากขึ้นด้วยนะ
2.   การเหินน้ำ
•   ความเร็วที่เหมาะสม คือ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ล้อสามารถรีดน้ำได้ดีรีดน้ำทัน และยางก็สัมผัสผิวถนนได้ดี
•   การขับที่เร็วเกินไป เกิน 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผลคือ ล้อรีดน้ำไม่ทัน เกิดชั้นน้ำระหว่างยางกับถนน แรงเสียดทานต่ำรถจึงไถลหรือเหินได้
•   หากเกิดการเหินน้ำอย่าเหยีบเบรคกระทันหัน เพราะอาจทำให้รถหมุนและพลิกคว่ำได้
3.   ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง
•   ถนนแห้ง เวลาขับกลางคืนแสงไฟหน้ารถจะกระทบกับผิวถนน ทำให้มีแสงไฟจำนวนมากกระทบเข้าตา จึงทำให้การมองเห็นถนนได้อย่างชัดเจน
•   ถนนเปียก เวลาขับกลางคืน แสงไฟจากหน้ารถส่วนใหญ่จะสะท้อนผิวน้ำไปด้านหน้า ไม่สะท้อนเข้าตาจึงทำให้การมองเห็นถนนไม่ชัดเจน และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ขับขี่ขณะฝนตกอย่างไรให้ปลอดภัย
การขับขี่ในช่วงหน้าฝนนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เนื่องจากสภาพถนนที่เปียกและลื่น ดังนั้นควรใช้ความระมัระวังในการขับขี่เป็นพิเศษเลยเชียวนะ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อการขับขี่ขณะฝนตกอย่างปลอดภัยดังนี้
•   เวลา ควรเผื่อเวลาในการเดินทางเอาไว้บ้าง เนื่องจากสภาพการจราจรที่ติดขัดในช่วงหน้าฝน
•   ความเร็ว ควรขับขี่ด้วยความเร็วที่กฏหมายกำหนดและลดความเร็วลงในช่วงระหว่างที่ฝนกำลังตก
•   ที่ปัดน้ำฝน ที่ปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และพร้อมใช้งาน
•   ระยะห่าง ควรขับตามคันข้างหน้าด้วยระห่างที่ปลอดภัย และสามารถหยุดรถได้ทันทีหากเกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นในระหว่างขับขี่
•   แสงสว่าง จำเป็นต้องเปิดไฟหน้ารถเมื่อต้องขับขี่ในระหว่างที่ฝนตก
•   การควบคุม ควรจับพวงมาลัยด้วยทั้งสองมือเลยนะ ตลอดเวลาที่ขับอยู่นั้น
แหล่งที่:https://www.carprakan.com

7
มีพี่แนะนำให้เติม v power 95 ของ เชลล์  ก็ดีนะคะ
+1 เห็นด้วยครับรถวิ่งดีมาก

8
สวยงามครับรถผมสีขาวเหมือนกัน กำลังเล็งๆไว้แม็กสีนี้

9
ผมขับจากสวนหลวง ร.9 ไป ม.หัวเฉียวบางนา-ตราดตอนเช้า ตอนเย็นขับจากม.หัวเฉียวไป รพ.เลิศสินถนนเจริญกรุงทุกวันมีติดบ้าง ตก 16-18 กม./ลิตร วันไหนเงินเดือนออกรถติดมากๆ ดูที่หน้าปัดได้ 11-12 กม./ลิตร :emo_111:

10
1. รถดับเครื่อง+ล็อค ไปฝาท้ายพร้อมกุญแจ กดปุ่มที่ฝาท้ายเปิดได้เลย
2. รถล็อค พึ่งดับเครื่อง เปิดประตูคนขับโดยบานอื่นยังล็อคอยู่ ให้กดปลดล็อคที่พักแขนข้างประตูก่อน ค่อยเดินไปเปิดฝาท้าย มีกุญแจหรือไม่ก็ได้
3. รถล็อค พึ่งดับเครื่อง เปิดประตูคนขับโดยบานอื่นยังล็อคอยู่ เดิไปฝาท้ายพร้อมกุญแจ กดล็ครถที่ปุ่มที่ฝาท้ายก่อนแล้วกดปลดล็อคที่ปุ่มที่ฝาท้ายเพื่อเปิด
4. รถติดเครื่องอยู่ ต้องกดปลดล็คประตูที่ปุ่มที่พักแขนคนขับก่อน ถึงจะเปิดฝาท้ายได้ จะพกกุญแจไปด้วยหรือไม่ก็ได้
ที่ลองมามี 4 กรณีครับ น่าจะครอบคลุมนะครับ
+ 1 ตามนี้เป๊ะเลยครับ :emo_107:

11
บ้านเกิดเมืองนอนผมเลยนะเนี่ย555 :emo_107:

12
ผมนี่ลืมปลดล็อคประจำต้องเดินกลับมาที่ประตูฝังคนขับเพื่อกดปลดล็อกเป็นประจำ 555 :emo_107:

13
ส่วนอื่นๆ เช่น กรองอากาศ + เครื่องยนต์ + แบต
ปกติมั้ยช่างได้ช่วยตรวจสอบมั้ยครับ

เช็ค ECU แล้วปกติ + ลองถอดกล่องนอกออกอย่างงี้
ECU มันกลับมาทำงานตัวเดียว ไม่มีใครมาหลอกค่ามันแล้ว
จขกท. ลองถอดแบตซัก 10 นาที ให้ ECU มันได้
Reset เป็นค่าตั้งต้นโรงงานดูครับ เผื่อเป็นเพราะ ECU มันงงๆ
จับล้างสมองซะเลย


**** แอบไปดูกล่องมา มันต่อคล่อมแค่ขั้ว + - ตรงแบต
ไม่ได้มีสายสัญญาณอื่นๆ ไปพวงเข้าที่ ECU ใช่มั้ยครับ?

ถ้าใช่ก็ไม่ต้องลองถอดแบตก็ได้ครับ กล่องนี้มันคงไม่เคย
คุยกับ ECU มาก่อนเลย :blank:
+1 กับความคิดเห็นนี้ครับ หากเข้าศูนย์แล้วอาการยังไม่หายลองทำดูครับ หากยังไม่หายอีกแนะนำให้กลับไปที่ศูนย์เดิมนะครับ

14
อาการเหมือนรถมอไซค์ผมตอนเติมน้ำมันผสมน้ำเลย ยังไงขอให้เจอสาเหตุและหายไวๆนะครับ

15
ผมจอดตากทุกวันเลยครับแต่ผมว่ารถยนต์น่าจะทนแดดได้ดีพอควร หมั้นล้างและเคลือบสีบ่อยๆน่าจะพอไหว (แดดไม่น่ากลัวเท่าฝน)

หน้า: [1] 2 3 ... 6