ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - MeNaCe

หน้า: [1] 2 3 ... 65
1

Nexen Tire ยางรถยนต์สัญชาติเกาหลี ที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ แม้กระทั่งตัวผมก็ยอมรับว่าเพิ่งเคยได้ยินชื่อของแบรนๆนี้ก่อนหน้าที่จะเขียนรีวิวฉบับนี้ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงยาง Nexen เองนั้นก็มีประวัติยาวนานกว่า 75 ปี  Nexen ก่อตั้งขึ้นในปี คศ.1942 โดยได้เริ่มผลิตยางรถยนต์เป็นครั้งแรกที่ประเทศเกาหลี จนเติบโตจนเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางภายในประเทศ  จากผลงานชิ้นเอกเมื่อปี 1956 ในช่วงยุค 60 Nexen ได้ออกแบบลายดอกยางรูปทรงตัววีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศเกาหลี จนกระทั่งปี 2000 ในระหว่างที่บริษัทกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องจึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อจาก “วูซังไทร์” มาเป็น “เน็กเซ็น ไทร์” เหมือนในปัจจุบันเพื่อปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้น


 Nexen  มีโรงงานผลิตยางรถยนต์ที่ทันสมัย 3 แห่งในประเทศเกาหลีใต้และจีน โดยที่แอบได้ยินมาว่ามี 1 โรงเคยเป็นโรงงานของมิชลินมาก่อน รวมถึงก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าในสหรัฐอเมริกา จีน และเยอรมัน เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและตรงความต้องการของตลาด ในปัจจุบันยาง Nexen มีใช้ในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก และยังเป็นยาง OEM ให้กับรถยนต์ชั้นนำหลากหลายยี่ห้อในต่างประเทศอาทิเช่น Audi,Mitsubishi,Hyudai,Kia และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ ยาง Nexen รุ่น N'FERA RU1 ขนาด 255/55R18 109Y XL  ถูกติดตั้งมาในรถยนต์หรูระดับซุปเปอร์คาร์อย่าง  Porsche Cayenne จากโรงงาน !!!


วันนี้นับเป็นโอกาสที่ดี ที่ บริษัท เอเชียไทร์ เวนเจอร์ ได้ให้ผมมาทดสอบยาง Nexen 1 รุ่น ซึ่งถือเป็น 1 ในรุ่นFlag-Ship หรือ เรือธงของแบรนด์ Nexen เลยก็ว่าได้ เพื่อทั้งตัวผมเองและผู้อ่านได้รู้จักกับพ่อหนุ่มเกาหลีนายนี้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งยางรุ่นที่ว่าก็คือ N’Fera SU1


จุดเด่นหลักๆของยางตัวนี้ที่ผม “ฟัง” มาคือ เป็นยาง Ultra High Performance นุ่ม หนึบ และ เงียบ จริงหรือไม่อย่างไรสักครู่คงจะได้ทราบกัน แต่ก่อนจะลงภาคปฎิบัติลองมาดูหน้าตาและสเปคคร่าวๆของยางตัวนี้จาก NexenThailand กันก่อนดีกว่าครับ



ในการผลิตยางรถยนต์ยุคปัจจุบันทุกแบรนด์ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำจะมีเทคโนโลยี หรือ “สูตรลับ” ที่เป็นของตัวเองหลายๆอย่างผสมผสานกันออกมาในยาง 1 รุ่น เพื่อให้ยางรุ่นนั้นๆมารถตอบโจทย์ของผู้ใช้และให้ผลลัพธ์ของการขับขี่ออกมาดีเยี่ยมที่สุด ในขณะที่แต่แบรนด์เองก็จะตั้งชื่อเทคโนโลยีของตัวเองที่แตกต่างออกไป ในส่วนของยาง Nexen N’Fera SU1 เองก็มีส่วนผสมของเทคโนโลยีหลักๆ 4 อย่างประกอบด้วย
Silica Compound : การใช้ส่วนผสมของ Silica ในเนื้อยาง ช่วยให้ยางมีการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น และยืดอายุการใช้งานของยาง
Silence System : ระบบเทคโนโลยีลดเสียงดังรบกวนขณะขับขี่ จากการจัดวางตัวของดอกยางที่ลงตัว ซึ่งมีรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถลดเสียงดังที่เกินขึ้นจนอยู่ในระดับที่เงียบ ไม่รบกวนความสุนทรีย์ในการขับขี่
Optimized Belt Contour System : โครงสร้างเสริมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบริเวณหน้ายาง ให้การสัมผัสพื้นถนนกับหน้ายางได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะที่มั่นคงและให้ความรู้สึกนุ่มสบายในการขับขี่
Optimized Carcass Contour System : โครงสร้างเสริมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบริเวณไหล่ยาง เพื่อให้การทรงตัวที่มั่นคงในขณะเข้าโค้ง

มาต่อกันที่คอนเซ็ปการออกแบบและแผนภาพสมรรถนะของ N’Fera SU1 กันต่อ ซึ่งตรงนี้ผมขออนุญาตใช้วิชาการทำรายงานสมัยยังเรียนหนังสือนั่นคือวิชา “ก๊อปแปะ” มาจากหน้าเวปของ NexenThailand ดื้อๆเลยละกัน เนื่องจากตัวผมแอบชื่นชมว่าข้อมูลที่แสดงบนหน้าเวปนั้นทำได้ สวยงาม และ เข้าใจได้ง่ายดีครับ


หลังจากเสพข้อมูลกันจนเปื่อยแล้วก็ได้เวลาสัมผัสกับ Nexen N’Fera SU1 ตัวเป็นๆสักที งานนี้ผู้ที่จะต้องเสียเหงื่อในการสลับยางให้ผมก็คือ ร้านยางสยามไทร์เซ็นเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายยาง Nexen อีก 1 เจ้าครับ


นอกจากโลโก้ Nexen ขนาดใหญ่หน้าร้านแล้ว เข้ามาในร้านก็จะพบกับยาง Nexen วางกระจัดกระจายเต็มร้านไปหมด แสดงว่าไม่ผิดร้านชัวร์


เข้ามาแล้วก็ต้องมองหาเหยื่อครับ รุ่นกับขนาดที่เราจะต้องใช้ทดสอบมันกองอยู่ตรงไหน ทันใดนั้นเองเราก็พบกับสิ่งนี้ N’Fera SU1 ขนาดที่เราจะใช้ทดสอบกันคือขนาด 17 นิ้ว  205/45/17 ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในบ้านเรา


หลังจากพบเหยื่อของเราแล้วคำแรกที่ผมอุทานขึ้นมาในใจจะเป็นคำไหนไปไม่ได้นอกจากคำว่า “โอ้วแม่สาวน้อย” ลายดอกยางของเธอช่างละเอียด เนื้อยางของเธอก็นิ่มราวกับสาวแรกรุ่น และเธอก็มีร่องรีดน้ำขนาดใหญ่ (มาก) อีกด้วย แต่สังเกตว่าร่องทั้ง 4 ร่องนั้นขนาดจะไม่เท่ากัน โดยมี 2 ร่องกลางเป็นร่องขนาดใหญ่ที่สุด ร่องฝั่งด้านในจะเล็กลงนิดหน่อย และร่องด้านนอกจะเป็นร่องขนาดเล็ก เหตุผลของการออกแบบร่องที่ขนาดไม่เท่ากันแบบนี้ก็เพื่อให้ยางมีความสามารถในการรีดน้ำที่ดี โดยยังคงรักษาความแข็งแรงของดอกยางขณะเข้าโค้งไปพร้อมๆกัน


เวลาเราเลือกซื้อยางรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ตัวเลขอีกชุดที่ไม่ควรมองข้ามคือ U.T.Q.G. Grade ซึ่งจะประกอบด้วย 3 อย่างคือ
1. Treadwear : ค่า Treadwear จะบอกความนิ่ม-แข็งของเนื้อยาง ถ้าเลขสูงๆแปลว่า ยางแข็ง ใช้ทน ดอกยางสึกยาก ผลที่ตามมาก็คือเสียงดัง และกระด้างเหมือนเกวียน ส่วนถ้าเลขต่ำๆก็จะตรงกันข้ามคือ นิ่มนวล สบายหูขับสบาย แต่อาจจะต้องเสียตังค์เปลี่ยนยางบ่อยหน่อย ยางที่ขายในตลาดก็จะมีตั้งแต่ร้อยต้นๆไปจนถึง 7-8 ร้อย โดยที่ยางในกลุ่มรถนั่งก็ไม่น่าจะเกิน 4-500 ส่วนบางท่านอาจจะเข้าใจผิดว่า Treadwear ที่ต่ำจะต้องเกาะถนนกว่า Treadwear ที่สูงเสมอไปซึ่งจริงๆเป็นความเชื่อที่ผิดครับ ไม่แน่เสมอไปอยู่ที่คุณภาพและการออกแบบของยาง
2.Traction : ความสามารถในการเบรก AA ดีกว่า A , A ดีกว่า B และ C ห่วยสุด
3.Temperature : บ่งบอกว่ายางนั้นทนต่อสภาพอุณภูมิขนาดไหน A ดีทีสุดและ C ห่วยสุด

   สรุปจากการส่องข้างฉลากของ N’Fera SU1 แล้วพบว่ามีค่า Treadwear ที่ 300 ถือเป็นค่ากลางๆที่กำลังน่าใช้ของรถนั่ง อยู่กลางๆระหว่างความสบายและความทนทาน ส่วน Traction และ Temp นั้นถูกจัดอยู่อยู่ในกลุ่มดีสุด และเลข 88W พ่วงท้ายนั้นความหมายก็คือ Max load ที่ 560Kg รองรับความเร็วสูงสุด 270km/hr


ล้อที่จะทดสอบกันในวันนี้เป็นล้อขนาด 17 นิ้ว กว้าง 7.5 และ ET+38 ซึ่งไม่ใช่ล้อเดิมจากโรงงานของ Yaris 1.2 และก็ถึงเวลาติดตั้งยางใหม่แทนที่ยางเก่า โดยที่ยาง N’Fera SU1 นั้นเป็นยางแบบ “ไม่สมมาตร” หมายความว่าการใส่ยางนั้นจะต้องดูด้าน ใน นอก ของยางเสมอโดยจะมีระบุไว้ที่แก้มยาง





ติดตั้ง เติมลม ถ่วงล้อเรียบร้อย ก็ได้เวลาลงพื้นครั้งแรก

ภาพนี้จะเห็นว่าร่องรีดน้ำของ N’Fera SU1 นั้นมีขนาดใหญ่มากจริงๆ

หน้าตาของยาง N’Fera SU1 หลังติดตั้งเข้ากับล้อแมกแล้วมองดูภาพรวมๆก็จะเห็นเป็นยางรถบ้านที่ติดความเป็นยางสปอร์ตมาเล็กๆ ขนาดมีความสมดุลพอดีเนื่องจากไม่ใช่ยางโอเวอร์ไซส์ แก้มยางถึงจะไม่ใช่ยางแก้มหลบแต่ก็ยังมีความสวยงามแบบแอบซิ่งเล็กน้อยพอให้เร้าใจ มองในภาพรวมแล้วก็ยังมองว่าเป็นยางรถบ้านมากกว่ายางสปอร์ต ที่มีความหล่อพอดีๆตัว ไม่เว่อร์วัง แต่ก็ดูดีมีราคา










Feeling สัมผัสแรกเมื่อได้ทดลองขับ ผมค่อนข้างประทับใจกับความนุ่มของยาง  โดยปกติรถที่ใส่ล้อ 15 มาจากโรงงานแล้วอัพขนาดขึ้นไปเป็น 17 นิ้ว สิ่งที่จะต้องทำใจว่าจะต้องเจอแน่นอนคือ “ความกระด้าง” ยิ่งใส่แก้มเตี้ยมากเท่าไหร่ หน้ายางกว้างขึ้นเท่าไหร่ ก็จะกระด้างขึ้นเท่านั้น รถ Yaris คันที่ใช้ทดสอบได้ทำการเปลี่ยนล้อแมคเป็น 17 ตั้งแต่ออกรถมาใหม่ๆ (ใช้ยางขนาด 205/45 มาตลอด) ผมค่อนข้างจะชินกับความกระด้างที่ว่า แต่พอได้ลองเปลี่ยนเป็นยาง Nexen N’Fera SU1 แล้วรู้สึกเปลี่ยนไป ความกระด้าง ฟีดแบคต่างๆจากผิวและรอยต่อของถนนนั้นลดลงจากที่เคย

เรื่องถัดมาคือเรื่องที่น่าจะสำคัญที่สุดของการเลือกซื้อยางสักเส้น นั่นก็คือ “การยึดเกาะถนน” เพราะเป็นเรื่องเป็นเรื่องตายของทุกคนที่อยู่บนรถเลยก็ว่าได้ โดยผมขอเริ่มจาก “พื้นแห้ง” ที่ฝรั่งเค้าจะเรียกว่า Dry Grip ก่อน เชื่อหรือไม่ว่าผมรู้สึกว่ายางที่ชาวบ้านเรียกว่ายางเกาหลีตัวนี้ เกาะถนนบนพื้นแห้งได้ดีกว่ายางแบรนด์ชื่อติดหูคนไทยหลายแบรนด์ ผู้ทดสอบได้ลองขับทางไกลออกต่างจังหวัดโดยขับแบบปกติ ใช้ความเร็ว 120-140 กม/ชม ส่วนมากเป็นทางตรง มีโค้งบ้างเล็กน้อย อาการของรถนั้นถูกควบคุมได้อย่างดีโดยผู้ขับขี่ จากรถ Yaris 1.2 ที่โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเป็นรถที่ Handing ไม่ค่อยจะดีนัก (พวงมาลัยย้วย ไม่คม) กลับกลายเป็นรถที่มีฟิลลิ่งของพวกมาลัยที่ดีขึ้น หนักแน่นและอาการย้วยที่หายไปบ้างจากการขับทางไกลยาวๆ ส่วนการเข้าโค้งนั้นก็ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน ผมได้ทดสอบยัดเข้าโค้งที่ความเร็วต่างๆกัน พบว่า Dry Grip ของ Nexen N’Fera SU1 นั้นเหลือๆสำหรับการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน


ทดสอบการขับทางไกลยาวๆ ยางที่ดีจะช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ลงได้


เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

และเนื่องจากการขับขี่แบบปกติของยาง Nexen N’Fera SU1 นั้นมีความปลอดภัยเพียงพออยู่แล้วตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น  ผมจึงอยากทดสอบให้มันเกินกว่าปกติขึ้นไปสักเล็กน้อยเพื่อความสบายใจของผมเองที่จะต้องใช้ยางชุดนี้ไปอีกอย่างน้อย 2-4 ปี โดยการตั้งสนามทดสอบเล็กๆง่ายๆ ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม หักเลี้ยวสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน รวมถึงการเบรกฉุกเฉิน ซึ่งผลการทดสอบนั้นผมค่อยข้างประทับใจไม่น้อย เริ่มจากการทดสอบขับแบบสลาลมช้าๆและค่อยๆเร่งความเร็วขึ้น การควบคุมพวงมาลัยนั้นเป็นธรรมชาติและแม่นยำทุกช่วงความเร็วที่ทดสอบ ถัดมาที่การหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหันรถสามารถจิกเข้าไพลอนและพาผมและรถ Yaris ออกจากสถานการณ์ฉุกเฉินจำลองได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องสุดท้ายคือการทดสอบเบรกฉุกเฉินนั้นยาง Nexen N’Fera SU1 นั้นมีระยะเบรคที่สั้นและไว้ใจได้ไม่ต่างกับยางแบรนด์ชั้นนำอื่นๆที่เคยทดสอบ


ทดสอบให้ยากขึ้นอีกนิด ด้วยการตั้งสนามทดสอบแบบง่ายๆ


ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม


ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม


ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการเบรคแบบฉุกเฉิน

2 วันถัดมา ฝนฟ้าก็เป็นใจให้เราได้ทดสอบ Wet-Grip กับถนนเปียกๆกันดูบ้าง ปกติถนนที่มีน้ำขังมักจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ที่ใช้ยางทางเลือก หรือแม้กระทั่งยางรุ่นล่างๆของแบรนด์ชั้นนำเองก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มยางรถนั่งที่ไม่ใช่ยางสปอร์ต แต่ด้วยร่องรีดน้ำขนาดใหญ่ เนื้อยางและลายดอกยางของ Nexen N’Fera SU1 การขับขี่และการควบคุมรถยังทำได้ดีไม่แพ้ถนนแห้ง ผมสามารถขับผ่านแอ่งน้ำที่ขังอยู่บนถนนไปได้แบบสบายๆ การเข้าโค้งที่ถนนชุ่มๆนั้นก็ยังมี Grip มากพอที่จะผ่านไปได้แบบไม่ต้องหวาดเสียวมากนัก เพียงแต่อาจจะไม่สามารถทำความเร็วสูงเท่าถนนแห้ง รวมถึงระยะเบรกที่จะต้องเผื่อมากกว่าถนนแห้งเล็กน้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของยางทุกรุ่นบนโลก สรุป Nexen N’Fera SU1 นั้นเป็นยางที่รีดน้ำได้ดี และมีความปลอดภัยมากพอสำหรับการขับขี่บนถนนเปียกๆของบ้านเรา 

เรื่องสุดท้ายที่หลายท่านน่าจะรออ่านและให้ความสนใจกันอยู่ไม่น้อยก็คงจะเป็นเรื่องของ “เสียง” ตรงนี้ผมยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจในการรีวิวเรื่องเสียงด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง เช่น เรื่องเสียงมันเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนบุคคล มาตรฐานของแต่ละคนไม่เท่ากันและเราไม่มีอุปกรณ์ในการวัดเป็นตัวเลขออกมา รวมถึงเราไม่มีถนนที่เป็นมาตรฐานที่ใช้ทดสอบเรื่องเสียงจริงๆจังๆ ต้องใช้ความรู้สึกวัดเอากับถนนที่ขับประจำทุกวัน และถนนบ้านเราก็อย่างที่ทราบกันว่าถนนเงียบๆหายากมาก ส่วนมากจะเจอแต่คอนกรีดหรือยางมะตอยหยาบๆ ยกเว้นโชคดีไปเจอถนนที่เพิ่งลาดยางเสร็จใหม่ๆ ถึงจะรู้ว่ายางที่เราทดสอบมันเงียบจริงหรือไม่จริง อีกเรื่องคือผมคาดหวังกับยางตัวนี้ไว้ค่อนข้างสูง จากการอ่านรีวิวต่างประเทศ และการพูดคุย หลายเสียงพูดตรงกันว่ามันนุ่มเงียบจริงๆ รวมถึงจากการสังเกตลายดอกยางและสัมผัสเนื้อยางแล้ว ผมเลยตั้งเป้าในใจไว้สูงถึงสูงมาก ว่ามันจะต้องเป็นยางที่เงียบมากตัวนึง เรื่องสุดท้ายคงจะหนีไม่พ้นว่าตัวผมเองได้เคยทดสอบยางที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบมาแล้วหลายรุ่น รวมถึงรุ่นท็อปสุดของตลาดที่แทบจะเรียกได้ว่าเงียบโคตรๆ เงียบที่สุดของสุดที่จะหาซื้อได้ในประเทศนี้มาแล้ว

แต่แล้ว .. เราก็พบว่า Nexen N’Fera SU1 ไม่ได้สร้างความประทับใจให้ผมมากนัก  ถามว่าดังมั้ย ? ตอบได้เลยว่าไม่ดัง แต่เงียบแบบ 10/10 เลยมั้ย ? ก็ตอบว่าก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น มันก็คือยางที่เก็บเสียงได้ดีรุ่นนึง แต่มันก็ไม่ได้เงียบอย่างที่ผมตั้งความหวังเอาไว้ มันก็ยังมีเสียงดอกยางบดไปกับพื้นถนนดังหึ่งๆให้ได้ยินตลอดถ้าคุณตั้งใจจะฟังมัน แต่ถ้าขับไปแบบปกติ เปิดเพลงฟังปกติ ไม่นั่งขับไปจับผิดไปแบบผม มันก็ไม่ได้กวนใจอะไรคุณมากนัก ละถามว่าเงียบกว่าแบรนด์อื่นที่ราคาเท่าๆกันมั้ย ใช่ครับมันเงียบกว่าจริงๆ อาจจะเงียบกว่ายางรุ่นล่างๆของแบรนด์ชั้นนำ (ที่ราคาสูงกว่า) หลายรุ่นเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าถามว่าแล้วไอ้ยางราคาประมาณนี้ที่เงียบกว่านี้ล่ะมีมั้ย? คำตอบคือมันก็ยังมีบางรุ่นที่เงียบกว่านี้ครับ (ซึ่งเงียบได้นานแค่ไหน หรือดอกยางทนขนาดไหนอีกเรื่องนึงนะ) แต่นั่นเป็นเรืองของเสียงฟีดแบคจากผิวถนน ที่ผมรู้สึกเซอไพรซ์มากกว่าคือเรื่องเสียงเอี้ยดๆอ้าดๆของยางตัวนี้มันน้อยมากๆจนแทบไม่มี ไม่ว่าจะลองหักเลี้ยวแรงๆ หรือดึงเบรกมือจนล้อล๊อค มันก็ยังไม่ค่อยจะยอมร้องเอี้ยดอ้าดขอชีวิตให้ได้ยิน เลยขอสรุปแบบนี้ละกันว่า “รวมๆมันถือว่าเงียบแหละ แต่ก็ยังไม่สุดสำหรับผม”

ถึงตรงนี้ผมได้ทดสอบยาง Nexen ไปแล้วราวๆ 500กม ซึ่งอาจจะยังไม่มากพอในการสรุปข้อดี ข้อเสียของมันทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ความทนทาน” ที่จะต้องใช้เวลาและระยะทางในการทดสอบมากกว่านี้ ดังนั้นจึงขอตัดช่วงการรีวิวของ Part 1 ไว้เพียงเท่านี้ และจะกลับมาอีกครั้งในรีวิว Part2 ก่อนจะจบ ผมขอสรุปรวบพร้อมให้คะแนนเป็นข้อๆสำหรับ First Impression ของยาง Nexen N’Fera SU1 ไว้ตามนี้

•   Dry Grip (การเกะถนนพื้นแห้ง) 8.5/10
•   Wet Grip (การเกาะถนนพื้นเปียก) 8/10
•   Road Feedback (เสียง) 7.5/10
•   Comfort (ความนุ่มสบาย) 8.5/10
•   Handing (การควบคุม) 8/10
•   Wear (ความทนทาน)  --/10 รอ Part2
•   Value (ความคุ้มค่า) --/10 รอ Part2


จากการให้คะแนน ยาง Nexen N’Fera SU1 ทำคะแนนผลรวมได้ถึง 40.5 จาก 50 ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่ดีถึงดีมาก แม้จะยังไม่สุดแต่ในราคาจำหน่ายเพียงเส้นละ สองพันกลางๆ นับว่าเป็นยางที่คุ้มค่าน่าลงทุนอีกหนึ่งรุ่นของตลาดยางยนต์บ้านเรา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่ม หนึบ เกาะถนนดี ถึงตรงนี้ผมอาจจะพูดได้เต็มปากเลยว่า “วันนี้ยางเกาหลีไม่ใช่ยางทางเลือกอีกต่อไป” ยาง Nexen จะต้องเป็นยางที่ไปได้สวยในตลาดบ้านเราแบบที่ยางแบรนด์ดังที่ติดตลาดไปแล้วจะประมาทไม่ได้เลย

และหากท่านมีความสนใจในยาง Nexen แต่ยังมึนๆว่าอ้าวเฮ้ยอ่านตั้งนานแล้วมันหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ก็ขอตอบตรงนี้เลยครับว่าร้านยางชั้นนำทั่วๆไปผมเห็นป้าย Nexen ขึ้นหลายร้านแล้วจริงๆ รวมถึงศูนย์บริการมาตรฐานที่รู้จักกันดีอย่าง B-Quik ก็มียาง Nexen ไว้คอยบริการท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วจร้า ส่วนข้อมูลอื่นๆของ Nexen ท่านสามารถติดตามได้จาก เวปไซต์ www.NexenThailand.com และทาง Facebook.com/NEXENTH ได้เลยครับ


แถมให้อีกนิดก่อนปิดท้าย เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้อ่านที่ตามอ่านมาและอาจจะยังมีความลังเลอยู่บ้าง ผมบังเอิญไปเจอ Mercedes-Benz E250 Coupe ป้ายแดงคันนึ่ง (ที่ดูผ่านๆก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ) แต่สังเกตที่ยางดีๆครับ นั่นคือ Nexen N’Fera SU1 รุ่นเดียวกับที่ผมทดสอบเป๊ะ นั่นแปลว่ายาง Nexen นั้นได้รับความไว้วางใจให้กับผู้ใช้รถระดับหรูหราสมรรถนะสูงจริงๆนะเออ !!!


E250 Coupe กับ Nexen N’Fera SU1

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ บริษัท เอเชียไทร์ เวนเจอร์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยาง Nexen อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สำหรับยาง Nexen N’Fera SU1 ที่ให้มาทำการทดสอบ หากรีวิวฉบับนี้ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

Pongpat Leudechanat ผู้ทดสอบ /เขียนบทความ   
Munick Wongsapat ถ่ายภาพ

ติดต่อรีวิวสินค้า Line ID : imenace13

2
Review น้ำมันเครื่องTotal Quartz 8000 0W-20

        หลังจากที่ผมได้คลุกคลีอยู่กับ YarisClubThailand มาเป็นเวลากว่า 3 ปี  คำถามที่มักจะได้พบเจอบ่อยๆซ้ำๆ มากมายหลายคำถามเกี่ยวกับ New Yaris  , Yaris ECO หรือบางท่านก็เรียกว่า Yaris 1200 แต่ 1 ในคำถามยอดฮิตติดชาร์จคงจะหนีไม่พ้นคำถามเกี่ยวกับเรื่องของ  “น้ำมันเครื่อง”  ไม่ว่าจะเป็นคำถามเกี่ยวกับ เกรดของน้ำมันว่ารถเราใช้ตัวนี้ตัวนั้นได้มั้ย  เกรดไหนดีกว่ากัน หรือ คำถามเกี่ยวกับยี่ห้อ เช่นน้ำมันเครื่องของศูนย์เทียบกับตัวนั้นตัวนี้ ต่างกันอย่างไร เพื่อนๆใช้ยี่ห้อไหนกันบ้าง    
วันนี้มีโอกาสดีครับ ที่ได้รับน้ำมันเครื่อง Total  Quartz 8000 0W-20 มาทดสอบพร้อมรีวิวให้เพื่อนๆได้ลองอ่านเพื่อเป็นอีก 1 ทางเลือกครับ


ก่อนจะไปถึงตัวน้ำมันที่จะทำการรีวิว บางท่านอาจจะยังงงๆเกี่ยวกับเกรด หรือ เบอร์ของน้ำมันเครื่องว่าไอ้แต่ละเบอร์มันต่างกันอย่างไร หรืออันไหนมันใช้กับอะไรยังไงกันแน่ ผมอธิบายสั้นๆง่ายๆแบบไม่อิงทฤษฎีอะไรมากแบบนี้ละกันครับ การอ่านเบอร์ หรือ เกรด ของน้ำมันเครื่องที่เรามักจะเห็นเป็นตัวเลข xW-xx นั้นจริงๆแล้วการใช้งานในบ้านเราทั่วๆไปมองแค่ตัวหลังก็พอครับ เช่น 0W-20 ผมก็เรียกง่ายๆว่าเบอร์ 20 หรือ 5W-30 ผมก็จะเรียกง่ายๆว่า เบอร์ 30 ทีนี้ในแต่ละเบอร์ที่เพิ่มขึ้น มันจะหมายความว่าเบอร์ที่สูงกว่าจะมีความหนืดที่มากกว่าเบอร์ที่ต่ำกว่า ดังนั้น มันจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของขนาดของเครื่องยนต์และการใช้งาน เช่นรถยนต์เครื่องยนต์ขนาดเล็กๆ ไม่เกิน 1500cc การใช้งาน “แบบปกติ” เบอร์ 20 นั้นเพียงพอแล้ว แต่หากท่านเป็นคนใช้งานรถหนักกว่าปกติเช่น ลากรอบสูงตลอดเวลา หรือขับทางไกลยาวๆบ่อยๆ ก็ควรจะใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ที่สูงขึ้นไปเล็กน้อยเช่น ขยับไปใช้ 5W-30 แทน ก็จะยิ่งช่วยปกป้องเครื่องยนต์ของเราให้มีอายุที่ยืนยาวขึ้นครับ แต่เอ้ะ… ละถ้าฉันก็ขับปกติแต่อยากถนอมเครื่องยนต์บ้าง ขอใช้เบอร์ที่สูงขึ้นจะเป็นอะไรมั้ย ?? คำตอบคือ ไม่เป็นครับ แต่เบอร์ที่สูงขึ้น ความหนืดมากขึ้น มันก็จะทำให้รถเรากินน้ำมันมากขึ้นเท่านั้นเอง ส่วนเลขตัวหน้า 0W 5W 10W นั้นไม่ต้องไปสนใจมันก็ได้ครับ มันมีไว้บอกว่าใช้ได้ถึงอุณหภูมิต่ำขนาดไหน ไว้บ้านเรามีอุณภูมิติดลบหรือหิมะตกผมค่อยมาอธิบายเพิ่มเติมละกัน ตอนนี้ร้อนตับแตกไม่ต้องไปสนใจมันครับ ดูแค่เบอร์ข้างหลัง และ ไม่ใช้ผิด ไม่เอาดีเซลล์มาเติมเบนซิน เอาเบนซินไปเติมดีเซลล์ เป็นใช้ได้ จบบทที่ 1


พอจะเข้าใจคร่าวๆเกี่ยวกับเบอร์น้ำมันเครื่องกันแล้วเนอะ เข้าเรื่องเลยละกัน มาแอบดูสรรพคุณของเจ้า Total QUARTZ 8000 0W-20 กันก่อนดีกว่า ทางผู้ผลิตเค้าบอกไว้ว่า ทำมาเฉพาะสำหรับ ECO Car เน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก เดี๋ยวออกตัว เดี๋ยวเบรก เดี๋ยวเร่งแซง ช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.6% ไม่พอยังช่วยป้องกันการสึกหรอเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก ฟังดูแล้วก็น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ


ลองดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ฉลากด้านหลังของแกลลอนประกอบอีกสักนิดครับ เขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ช่วยปกป้องการสึกหรอและต่อต้านการเกิดสนิม ยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ใช้ได้กับรถยนต์ในท้องตลาดได้ทุกยี่ห้อ


อย่างที่ผมบอกครับ น้ำมันเครื่องตัวนี้ถูกออกแบบมาสำหรับรถยนต์ ECO Car ดังนั้นแกลลอนจึงมีขนาด 3 ลิตร แต่สำหรับ Yaris ECO เราที่ต้องน้ำมันเครื่องจำนวน 3 ลิตรกว่าๆเกือบ 4 ลิตรต่อการเปลี่ยนถ่าย 1 ครั้ง ก็ไม่ต้องตกใจว่าจะต้องซื้อเพิ่มอีกแกลลอนนึง เพราะเค้ามีขนาด 1 ลิตรออกมาจำหน่ายด้วยเช่นกัน เรียกว่าตอบโจทย์กลุ่มรถยนต์ ECO Car  ลดปัญหาการเปลี่ยนถ่ายแล้วน้ำมันเครื่องแล้วเหลือ หรือ ไม่พอเปลี่ยนได้อย่างดี ส่วนแพคเกจแกลลอนสีเงินนั้นก็ดูพรีเมียมสมกับเป็นแบรนด์น้ำมันเครื่องจากฝรั่งเศสเลยล่ะครับ


มาทดสอบกันเลยดีกว่า ตามที่เรียนไปว่ารถคันที่ใช้ทดสอบเป็นรถ Yaris ECO ขนาดเครื่องยนต์ 1200cc ที่แรกเริ่มเดิมทีก็ใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ 0W-20 มาจากโรงงาน ดังนั้นเรื่องของความใสความหนืดตัดไป วัดที่การใช้งานล้วนๆ ไม่รอช้า รีบเบิ่งไปที่อู่บ้านเพื่อนที่กำลังจะแต่งงาน ขณะที่มันกำลังนั่งแพคของชำร่วยอยู่ผมก็พรวดเข้าไปขัดจังหวะทันที “เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้กูก่อน”


หลังจากได้รับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง Total Quartz 8000 ตัวนี้แล้วสิ่งแรกที่รู้สึกได้คือจังหวะสตาร์ทเครื่องนั้นสั้นลง รอบเดินเบาสมูทและเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบลงกว่าเดิมอย่างรู้สึกได้ การออกตัวใช้น้ำหนักเท้าในการกดคันเร่งน้อยลง และพอออกตัวได้เนียนขึ้นย่อมมีผลแต่อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน  รถ Yaris คันที่ใช้ทดสอบนี้มีอายุการใช้งานมา 3 ปี ระยะทางประมาณ 40000 กม เพราะเป็นรถที่ซื้อมาใช้งานในเมืองเพียงอย่างเดียว นิสัยการขับขี่โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนเท้าหนัก และค่อนข้างจะชอบลากรอบสูงทุกครั้งที่มีโอกาส บวกกับล้อแมคขนาด 17 นิ้ว ทำให้เจอปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้คือรถค่อนข้างกินน้ำมัน ซึ่งปกติที่ผมใช้งานอยู่ตัวเลขจะอยู่ราวๆ 8กว่าๆ ถึง 9 กม./ลิตรเท่านั้น แต่หลังจากได้ลองน้ำมันเครื่องตัวนี้แล้วใช้งานไปจำนวน 1 ถัง ผมกลับมาเจออัตราสิ้นเปลืองที่แตะๆ 10 กม./ลิตรอีกครั้งหลังจากไมได้พบกันนานมากสำหรับการใช้งานในเมืองล้วนๆ
ส่วนการใช้งานถังที่ 2 3 4 และถังต่อๆไป หรือ อัตราสิ้นเปลืองของการขับขี่ทางไกลระยะทางยาวๆนั้น อาจจะต้องยกยอดไปเป็นครั้งหน้าเนื่องด้วยเวลาทดสอบที่จำกัด แต่ในภาพรวมการทดลองใช้งานในระยะเวลาสั้นๆนั้น น้ำมันเครื่อง Total Quartz 8000 0W-20 นั้นน่าจะตอบโจทย์ผู้ใช้รถยนต์ Yaris ECO ได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ตรงรุ่น ตรงสเป็ค ที่คู่มือระบุไว้ ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้น ในราคาที่เทียบกับคุณภาพที่ได้ ผมว่าคุ้มสุดๆไปเลยครับ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบพระคุณ Total Thailand สำหรับน้ำมันเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ หากมีสิ่งใดผิดพลาดไปผู้ทดสอบต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ แล้วพบกันโอกาสหน้าครับ

www.total.co.th
www.facebook.com/totalthailand

Pongpat Leudechanant ผู้ทดสอบ/เขียนบทความ




3
สวยงาม ดุดัน ที่สำคัญอัตราเร่งดีขึ้นชัดเจน ต้นไม่หาย ปลายไม่อั้น Full Review เร็วๆนี้ครับ
















5
ขอเรียนเชิญเพื่อนๆสมาชิก ร่วมลงคะแนนโหวตเลือกประธานคลับ Yaris Club Thailand ชุดที่ 2

ตามที่ทางคลับได้เปิดรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นทีมงานคณะกรรมการคลับ ( Staff Team ) ชุดที่2 เพื่อทดแทนทีมงานชุดที่ 1 ที่ได้หมดวาระลงไปแล้วนั้น เพื่อให้กิจกรรมต่างๆของคลับไปอย่างต่อเนื่องจึงขอเรียนเชิญเพื่อนๆสมาชิกชาว Yaris Club Thailand ทุกๆท่าน ร่วมลงคะแนนเสียงโหวตเลือก ประธานคลับ เพื่อเข้ามาบริหารและดูแลความเรียบร้อยของคลับ จัดกิจกรรมมิตติ้ง พบปะสังสรรค์ กิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับเพื่อนๆสมาชิกในคลับ การแบ่งปันความรู้ ทริปและเทคนิคการใช้งาน การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อันเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก เพื่อใช้เป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมของชาวยาริสคลับไทยแลนด์ต่อไป


เงื่อนไขและกติกาเบื้องต้น
- 1 สิทธิ์ = 1 เสียง สมาชิก 1 ท่าน สามารถลงคะแนนเลือกโหวตได้ 1 คน
- วาระในการบริหารงาน 2 ปี
- ระยะเวลาในการลงคะแนนเลือกตั้ง 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มค 59 - 11 มค 59
- การนับคะแนน เมื่อลงคะแนนแล้ว ระบบจะยังไม่โชว์ผลให้ทราบ แต่จะแสดงผลหลังจากที่หมดระยะเวลาการลงคะแนนไปแล้ว

ปิดการโหวต: 11 ม.ค. 2016, 12:13:21



แนะนำตัวทีมงานผู้ดูแลคลับ Yaris Staff Team #2



หมายเลข 1
ชื่อเล่น : เฟิร์ส
ชื่อจริง : ภาณุพงษ์ อินพรามณ์
อายุ : 25
ํYCT : 666
Facebook : https://www.facebook.com/First.FoodEng.KMITL?fref=ts


หมายเลข 2
ชื่อเล่น : แอ้ม
ชื่อจริง : วัชจิพงษ์  กันต์มิตรี
อายุ : 37
ํYCT : 333
Facebook : https://www.facebook.com/watjipong.gunmitree?fref=ts


หมายเลข 3
ชื่อเล่น : ออฟ
ชื่อจริง : มีชัย อุทาน
อายุ : 30
ํYCT : 1091
Facebook : https://www.facebook.com/aof.lullaby?fref=ts


หมายเลข 4
ชื่อเล่น : มิ้งค์
ชื่อจริง : ศิมาพร อัศวศรีวรนันท์
อายุ : 23
ํYCT : 1212
Facebook : https://www.facebook.com/mink.chill.5?fref=ts


หมายเลข 5
ชื่อเล่น : บอย
ชื่อจริง : สุรศักดิ์ บุตตะจีน
อายุ : 29
ํYCT : 286
Facebook : https://www.facebook.com/mooboy.surasak?fref=ts


หมายเลข 6
ชื่อเล่น : พี่กร
ชื่อจริง : พีรกร ทิวัง
อายุ : 41
ํYCT : 48
Facebook : https://www.facebook.com/profile.php?id=100005843478476&fref=ts


หมายเลข 7
ชื่อเล่น : ไอส์
ชื่อจริง : ชยางกูร จิตร์วิริยะ
อายุ : 26
ํYCT : 1
Facebook : https://www.facebook.com/icesung?fref=ts


หมายเลข 8
ชื่อเล่น : พี่พงษ์
ชื่อจริง : สมพงษ์   มานอก
อายุ : 32
ํYCT : 774
Facebook : https://www.facebook.com/sompong.cmb?fref=ts


6


ใครอยากไปสนุกกับมินีแรลลี่ เล่นสวนน้ำที่ใหม่และใหญ่ที่สุดในหัวหิน Vana Nava และพักผ่อนชิลล์ๆในรีสอร์ทสุดโรแมนติก 1คืน มินิคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิดกับศิลปินดูโอ "ลิปตา" พร้อมน้ำมันอีก 1 ถัง ฟรีตลอดทริป !! กับ "เชลล์ ชวน ชิลล์" เฉพาะสมาชิก YCT เพียง 6 คันเท่านั้น !!

โปรดติดตามกติกาที่หน้าแฟนเพจ YarisClubThaialnd เร็วๆนี้
https://www.facebook.com/NewYarisClubThailand

 :emo_090: :emo_090: :emo_090:


7
ขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเข้ามาครับ ผมรบกวนแอด line มาที่ ID : imenace13 ด้วยครับ เพื่อจะได้แจ้งข้อมูลต่างๆให้ทราบต่อไป ขอบคุณครับ

8
โอนเงินแล้ว แจ้งข้อมูลการสั่งซื้อเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 30/7 จนถึงวันนี้ยังไม่มีรายชื่อส่งถามไปไม่มีคนตอบกลับ รู้สึกมันยากเนอะหรือเราโง่ทำไม่เป็นเอง

ไม่ทราบว่าหลังจากโอนเงินได้กรอกช้อมูลหรือยังครับ เช๊คในระบบไม่มีแจ้งรายละเอียดเข้ามาครับ

9
ยังรักชุดนี้อยู่นะ สู้ต่อกันป่าวคะ :emo_105:

ลองให้โอกาศคนใหม่ๆบ้างจ้า

10


ประกาศผล YCTLotto ประจำเดือน มิถุนายน ผู้โชคดีได้รับของรางวัล ท่อใบพัดอัดอากาศจาก หลำ เฮดเดอร์ ได้แก่ YCT1080 ยินดีกับผู้โชคดีด้วยครับ ทางทีมงานจะรีบติดต่อไปครับ

เดือนต่อไปจะเป็นอะไรโปรดติดตาม


ขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี หลำ เฮดเดอร์
https://www.facebook.com/lumheaderrama3?fref=ts




13
เปิดประมูลแล้ว ขอเชิญร่วมประมูลสติ๊กเกอร์ YarisClubThailand เลข VIP.666



ตัวอย่างสติ๊กเกอร์ VIP.




ขอเชิญสมาชิก YarisClubThailand.com ร่วมกันทำบุญช่วยเหลือประเทศเนปาลโดยการร่วมกันประมูลหมายเลข VIP.666 รายได้จากการประมูลทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปรวมกับคุณ Otto เพื่อบริจาคผ่านสภากาชาติไทย ขออนุโมทนาบุญผู้เข้าร่วมประมูลทุกท่านล่วงหน้าครับ


สิ่งที่ท่านจะได้จากการประมูลเลข V.I.P.666
- ได้สติ๊กเกอร์หลัก พร้อมหมายเลข 666 "รุ่นใหม่" สีแดง จำนวน 1 แผ่น
- ได้สติ๊กเกอร์ด้านข้าง จำนวน 2 แผ่น
- ได้เลขใต้ชื่อเป็น VIP.666
- ได้ป้าย VIP. ไว้ติดที่ช่อง รางวัลและกิจกรรม


เงื่อนไขและข้อกำหนด
- ระยะเวลากิจกรรม ตั้งแต่วันนี้ - วันพุธที่ 13 พฤษภาคม เวลา 21.00 น. (ยึดตามเวลาเว็บ)
- เริ่มต้นเปิดประมูลที่ 290 บาท
- สมาชิกที่สนใจสามารถเข้าร่วมประมูลได้ทุกท่าน ทั้งสมาชิกใหม่ที่ยังไม่เคยสั่งซื้อสติ๊กเกอร์คลับ และสมาชิกเก่าที่เคยสั่งซื้อสติ๊กเกอร์คลับไปแล้ว (เฉพาะผู้ที่สนใจเท่านั้น โปรดอย่าประมูลเล่นๆ)
- ให้ทำการโพสเสนอราคามากกว่าสมาชิกคนล่าสุดที่ทำการเสนอราคาประมูลในกระทู้นี้เท่านั้น
- ผู้ที่ประมูลได้ จะต้องพร้อมโอนเงินหลังจากจบการประมูล ภายใน 7 วัน


ขอเชิญมาร่วมทำบุญและประมูลกันเยอะๆนะครับ  C:-)




15




ผู้โชคดีประจำเดือนพฤษภาคม ได้รับรางวัล น้ำมันเครื่อง Motul H-Tech 100Plus จำนวน 1 แกลลอน ได้แก่ YCT 400 แต่เนื่องจากเป็นเบอร์ที่ซื้อในงาน 1st Meeting ปีที่แล้ว ไม่มีเบอร์ติดต่อในข้อมูล ยังไงรบกวนสมช. YCT400 ติดต่อกลับเพื่อรับรางวัลถายในวันที่ 14พค. หากเกินกำหนดขออนุญาตจับใหม่ในวันที่ 15 พค.ครับ

(ติดต่อผมได้โดยตรงที่เบอร์ 0811335581 / Line ID:imenace13)

ส่วนของรางวัลประจำเดือนมิถุนานจะเป็นอะไรโปรดติดตามครับ




หน้า: [1] 2 3 ... 65