ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: RS กับพลิกวิกฤตพิษเศรษฐกิจและโควิด19 ให้เป็นโอกาส  (อ่าน 312 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ unyana.mah

  • สมาชิก 20 ไมล์
  • ***
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 42210
  • กระทู้: 28
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อัน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 

ช่วงก่อนหน้านี้ที่ทั่วโลกต้องมาเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัจจุบันยังถูกซ้ำเติมด้วยการระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตครั้งใหญ่ต่อคนทั่วโลก อีกทั้งยังไม่มีทีท่าที่จะกลับมาเป็นปกติ ทำให้ในวันนี้เกิดวิถีชีวิตแบบ New Normal ขึ้นมา และธุรกิจหลายแห่งถูกปิดตัวลง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีธุรกิจอีกหลายแห่งที่กลับเฟื่องฟูในยุค New Normal นี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ RS Group ผู้เริ่มขับเคลื่อนโมเดล entertainmerce ก่อนการมาถึงของโควิด-19 เสียอีก
 
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ข่าวหนึ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับวงการธุรกิจคือ การที่ผู้บริหาร RS ได้ดำเนินการขอเปลี่ยนหมวดธุรกิจในตลาดหุ้นจากเดิมที่เป็นหมวดสื่อมาเป็นหมวดพาณิชย์หรือว่า commerce นั่นเอง พร้อมทั้งยังประกาศก้องว่าจะผลักดันธุรกิจไปในทิศทางที่คิดว่าใช่ นั่นก็คือการขับเคลื่อนโมเดล entertainmerce เพื่อผนึกกำลังระหว่าง entertainment และ commerce เข้าร่วมกันอย่างเต็มตัว มุ่งสร้างฐานลูกค้าจากกลุ่มผู้ชมและกลุ่มผู้ฟังของตนเอง ทั้งจากทางทีวีดิจิทัลช่อง 8 และวิทยุคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ ซึ่งทาง RS Group ก็ได้สร้างฐานผู้ฟังและผู้ชมไว้ได้อย่างแข็งแกร่งแล้ว พูดง่าย ๆ ว่าผู้บริหาร RS นั้นสามารถมองเห็นช่องทางที่จะทำธุรกิจแบบครบวงจร ด้วยการทำให้ผู้ชมและผู้ฟังกลายมาเป็นลูกค้าของตนเองด้วยในเวลาเดียวกันนั่นเอง
หลังจาก RS Group ได้ทำการเปลี่ยนหมวดธุรกิจในตลาดหุ้นได้เพียงไม่นาน มูลค่าของหุ้น RS ก็มีทิศทางที่ดีมาโดยตลอด จนได้กลายเป็นที่จับตามองในกลุ่มนักลงทุนไปแล้ว และล่าสุดในหน้าข่าวเศรษฐกิจเมื่อเดือน พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา ก็มีอีกหนึ่งข่าวที่ทำให้ราคาของหุ้น RS นั้นพุ่งสูงขึ้นและกลายเป็นหุ้นเนื้อหอมอีกครั้ง เนื่องจากข่าวระบุว่าในไตรมาสแรกของปี 2563 RS Group มีรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 อยู่ 10% หรือเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 985 ล้านบาท อีกทั้งยังมีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 184% ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว
 
ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของผู้บริหาร RS โมเดล entertainmerce จึงถูกนำมาใช้ในช่วงที่ผู้คนเริ่มเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลมากขึ้น ประจวบเหมาะกับการเข้ามาของสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเปรียบเสมือนกับตัวเร่งปฏิกิริยาให้ผู้คนเข้าได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว การต้องใช้เวลาภายในบ้านมากกว่านอกบ้านก็มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้คนนั้นเปิดรับความบันเทิงเข้ามาภายในบ้านมากกว่าที่จะออกไปหาความบันเทิงภายนอก และยังกระตุ้นให้คนจำนวนมากนั้นซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้นอีก จากกลุ่มคนที่ไม่กล้าจะซื้อของผ่านทางออนไลน์ เมื่อจำเป็นที่จะต้องซื้อและพบว่าช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ก็จะซื้อของออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เข้าสู่การใช้ชีวิตตามวิถี New Normal ในที่สุด ซึ่งเป็นสไตล์การใช้ชีวิตที่เอื้อต่อธุรกิจของ RS Group แบบพอดิบพอดี นั่นก็หมายความว่า การมาของโควิด-19 แทนที่จะเป็นพิษภัยต่อธุรกิจ ก็ได้กลับกลายเป็นตัวกระตุ้นรายได้แทน

หลังจากนี้เชื่อเลยว่าธุรกิจของอาร์เอส ภายใต้การขับเคลื่อนโมเดล entertainmerce ของผู้บริหาร RS จะยังคงเติบโตต่อไปได้ และความสำเร็จจากรายได้รวมถึงผลกำไรในไตรมาสแรกของปี น่าจะเป็นเพียงการเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งใหญ่ที่กำลังจะตามมาอีกในไตรมาสที่สอง และไม่แน่ว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาร์เอสอาจจะสามารถสร้างนิวไฮครั้งใหม่ และต่อเนื่องไปยังครั้งต่อ ๆ ไปอีกก็เป็นได้

รู้จักผู้บริหาร RS ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/เปิดตัว-ทีมผู้บริหาร-rs-ให/
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติ RS ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/เปิดประวัติ-rs-ผู้นำธุรกิ/
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ entertainmerce ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/เฮียฮ้อ-ยืนยัน-entertainmerce-แข็งแ/

Tags: