ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: ทีมเวิร์ค คืออะไร ทำไมถึงสำคัญในการทำงาน  (อ่าน 613 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ unyana.mah

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 42210
  • กระทู้: 17
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อัน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 

ทีมเวิร์ค คือการทำงานร่วมกันตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป โดยมีระบบการทำงาน มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามความถนัด สำคัญที่สุดก็คือ ทุกคนมี “ผลสำเร็จของงาน” เป็นเป้าหมายเดียวกันทั้งหมด
การทำงานเป็นทีมนั้นจะช่วยเพิ่มโอกาสให้องค์กรได้ผลงานที่ออกมาสมบูรณ์แบบ เนื่องจากการทำงานเป็นทีม คือ การรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน และร่วมช่วยกันผลักดันทีมให้สามารถผลิตงานออกมาได้ตรงตามเป้าหมาย และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้องค์กรหลายแห่งนั้นต้องการที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีทีมเวิร์ค เพราะว่านอกจากจะมีโอกาสได้ผลงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังช่วยกระตุ้นให้บุคลากรนั้นเกิดพลังในการทำงาน เนื่องจากการทำงานร่วมกันเป็นทีมนั้นจะให้บรรยากาศที่ดีกว่าการแข่งขันกันทำงานและยังช่วยให้บุคลากรภายในทีมนั้นสามารถที่จะแชร์ความรู้ในส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันได้ เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมไปด้วยในตัว

   การสร้างทีมงานนั้นยาก เพราะว่าจะต้องอาศัยหลักการและปัจจัยต่าง ๆ มากมาย แต่หลักการทำงานเป็นทีมซึ่งเป็นหัวใจหลักนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ข้อ หากสามารถทำตามได้อย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถสร้าง teamwork ให้เกิดขึ้นในองค์กรได้เพราะ RS Group บริษัทของไทนที่ประกอบธุรกิจมายาวนานได้ใช้หลักการเหล่านี้ในการสร้างทีมเช่นกัน
1.   เปิดใจยอมรับความแตกต่าง
   สมาชิกในทีมไม่จำเป็นที่จะต้องคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด ควรที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีม หรือแม้แต่ผู้นำทีมได้แสดงความคิดเห็นที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่องานของทีมอย่างอิสระและทุกคนในทีมก็ควรที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของแต่ละคนในทีมด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุด เลือกแนวทางที่ดีที่สุดในการมุ่งไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากความคิดเห็นที่อาจจะมีความแตกต่างกันแล้ว ลักษณะนิสัยและทัศนคติก็มักจะแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้นทุกคนในทีมจึงควรที่จะเปิดใจยอมรับกับคาแรคเตอร์เฉพาะตัวของแต่ละคนด้วย เพราะถ้าหากนิสัยหรือว่าทัศนคตินั้น ๆ ไม่ได้มีผลเสียต่อการทำงานในทีม ก็อาจไม่จำเป็นที่จะต้องกดดันหรือว่าพูดคุยเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จะได้ไม่เกิดบรรยากาศที่อึดอัดมากจนเกินไป
2.   เปิดโอกาสให้สามารถแสดงความคิดเห็นและพูดคุยได้อย่างอิสระ ภายใต้การให้เกียรติซึ่งกันและกัน
   มีโอกาสที่สมาชิกในทีมอาจไม่เห็นด้วยกับอีกคนหรืออาจมองเห็นจุดอ่อนจากไอเดียของผู้นำทีม ทั้งหมดนี้องค์กรและผู้นำทีมควรให้อิสระในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งแม้กระทั่งการเปิดใจเคลียร์กันระหว่างสมาชิกในทีม แต่การแสดงความคิดเห็นและเคลียร์ใจ ต้องเป็นไปภายใต้การให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาสัมพันธภาพที่ดีภายในทีมเอาไว้ และเพื่อขจัดความบาดหมางใจที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการทำงาน
3.   พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องและถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์
   การทำงานกันตามหน้าที่ความรับผิดชอบในทีมอย่างเต็มความสามารถหรือแม้กระทั่งการอาสาทำงานบางอย่างที่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเพื่อผลสำเร็จของงานนั้นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่การไม่หยุดพัฒนาตัวเองและยังมีการถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่องานก็เป็นเรื่องน่าชื่นชมยิ่งกว่า นอกจากจะเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมและยังได้มีโอกาสในการแสดงศักยภาพที่แท้จริงของตนเองให้กับคนอื่น ๆ ได้เห็นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น หากถึงเวลาที่เราจะต้องการความช่วยเหลือหรือว่าต้องการคนรักษาการแทนบางส่วนในยามฉุกเฉิน แม้สมาชิกในทีมที่รับความรู้จากเราไปจะทำได้ไม่ดีเท่าเรา แต่งานก็จะไม่พัง ทีมยังประคองงานต่อไปได้ รอจนกว่าผู้ชำนาญงานตัวจริงจะกลับมาทำด้วยตนเอง

ในปัจจุบันนี้หลาย ๆ องค์กรนั้นสามารถสร้าง teamwork ที่แข็งแกร่งได้สำเร็จ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ RS Group ซึ่งมีวัฒนธรรมองค์กรแบบ teamwork มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน หากต้องการเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ควรหาโอกาสเข้ามาร่วมงานเพื่อเรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ และหากอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรชั้นนำ สมัครงานกับ RS ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/career/ หรืออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาร์เอสได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/
 


Tags: