ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อมีเงินออมแล้วเรามาดูวิธีการแบ่งบัญชีเงินออมกันบ้างดีกว่า  (อ่าน 130 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ werncm

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 42922
  • กระทู้: 16
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: cm
  • ชื่อเล่น: เหวิน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 

หากพูดถึงการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนั้นเราคงปฏิเสธไท่ได้การทำงานหาเงินเลี้ยงชีพของเรานั้น เราต่างก็ต้องการความมั่นคงทางการเงินในอนาคตด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งการใช้ชีวิตนั้นเราจำเป็นที่จะต้องมีเงินสำรองไว้ในกรณีต่างๆ ไม่เช่นนั้นแล้วหากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาเราก็คงต้องกู้หนี้ยืมสินจากแหล่งเงินทุนต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราต่างๆ อย่างแน่นอน ฉะนั้นใครก็ตามที่กำลังอยู่ในช่วงของวัยทำงานนั้นก็อย่าลืมที่จะแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินทุนสำรองกันด้วย โดยอาจจะแยกเก็บด้วยการเปิดบัญชี ออมทรัพย์ ต่างหากหรืออาจจะเปิดบัญชีประจำเพื่อที่ในทุกๆ เดือนเราจะได้แบ่งเงินมาไว้เป็นเงินออม และแน่นอนว่าหากเลือกที่จะเปิดบัญชีประจำเราก็จะทำ การโอนเงิน ไปไหนไม่ได้นั่นเอง
แต่ถ้าหากเปิดบัญชี ออมทรัพย์ ไว้แต่ทว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เงินก้อนนั้นแล้วต้อง การโอนเงิน เพื่อใช้จ่ายใดๆ ก็ไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมโอนเงิน กันแล้ว เพราะธนาคารต่างๆ นั้นได้ใช้นโยบายในการดึงดูดลูกค้าให้หันมาเปิดบัญชีกับธนาคารของตนด้วยการงดเว้น ค่าธรรมเนียมโอนเงิน ต่างๆ กันมากขึ้นนั่นเอง แต่ก่อนที่จะมีเงินสำรองหรือมีเงินโอนไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ นั้นเราก็ต้องมีเงินเก็บเสียก่อน ฉะนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการแบ่งเงินออมออกเป็นส่วนๆ เพื่อที่จะทำให้เราใช้จ่ายได้สัดส่วนมากขึ้นและยังพอมีเงินออมส่วนอื่นๆ เหลืออยู่บ้าง ซึ่งการออมเงินในแต่ละเดือนนั้นเราขแนะนำให้ลองแบ่งเงินออกเป็นส่วนแล้วก็ทำการเปิดบัญชีเงินออม ดังนี้
1.   บัญชีเงินออมระยะสั้น ซึ่งจะมีเป้าหมายไม่เกิน 1-3 ปี โดยเงินออมนี้จะเก็บเอาไปใช้ในกรณีต่างๆ โดยมีเป้าหมายไว้ อย่างเช่น กำหนดว่าบัญชีนี้จะเป็นเงินเก็บที่เอาไว้ท่องเที่ยว เอาไว้สำหรับใช้ในกรณีต้องการเงินฉุกเฉินด่วนๆ ในจำนวนเท่านี้ หรือเก็บไว้ซื้อของต่างๆ ที่อยากได้เล็กๆ น้อยๆ และการเก็บเงินออมในระยะสั้นรูปแบบนี้นั้นมันก็จะเน้นไปที่การสร้างสภาพคล่องทางการเงินที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้รวดเร็ว อย่างเช่น การฝากออมทรัพย์ การลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น
2.   บัญชีเงินออมระยะกลาง ซึ่งอาจจะมีเป้าหมายในระยะ 3-5 ปี และเราอาจจะกำหนดเป้าหมายของการเงินออมระยะกลางนี้ไว้ด้วย อย่างเช่น เป็นวางแผนการศึกษาให้ลูก การดาวน์บ้านผ่อนบ้าน การดาวน์รถผ่อนรถ การวางแผนสร้างธุรกิจ หรือการวางแผนแต่งงาน เป็นต้น ซึ่งเงินออมในระยะกลางนี้ควรที่จะเก็บไว้ในรูปแบบความเสี่ยงปานกลางถึงสูง อย่างเช่น การฝากประจำ การลงทุนในกองทุนรวมหุ้น หุ้นสามัญ ตราสารหนี้ (ตั๋วแลกเงิน พันธบัตร หุ้นกู้) หรือการทำประกันแบบออมทรัพย์ เป็นต้น
3.   บัญชีเงินออมระยะยาว โดยอาจจะกำหนดเป้าหมายในการออมเป็นระยะยาวเกิน 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเงินออมในส่วนนี้จะเอาไว้ใช้ในยามที่เราได้เกษียณออกจากงาน โดยเงินออม ในระยะยาวนี้เราควรเลือกที่จะเก็บในรูปแบบความเสี่ยงต่ำ และก็ได้รับผลตอบแทนแบบสม่ำเสมอ อย่างเช่น กาาทำประกันชีวิตแบบบำนาญ หุ้นปันผลสูง หรือลงทุนใน RMF  เป็นต้น

Tags: