ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

Lamina_yaris
Dhipaya_yaris_02

สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

LP
Lock Tech
Ads
สนใจติดต่อลงแบนเนอร์โฆษณา หรือปักหมุดกระทู้ คลิกที่นี่

ผู้เขียน หัวข้อ: เปลี่ยนน้ำมันเครื่องมันใหม่ พร้อมเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ ผลการรีวิวครับ  (อ่าน 3442 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Screen168

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 25642
  • กระทู้: 59
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: เฮียหมู รับพิมพ์เสื้อ
  • รถ: 1.2 J Eco
  • สีรถ: สีแดง
    • ดูรายละเอียด
    • สกรีนเสื้อ
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 

เนื่องจากครบ 5 หมื่นโลแล้วผมไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องกับน้ำมันเกียร์ครับ
น้ำมันเเครื่องลิคิดโมลี่0w-20 น้ำมันเกียร เอซิน
รอบลดลงอย่างเห็นได้ชัดครับ ประมษร 100-200 รอบ ที่ความเร็วเท่ากัน
วิ่งก็เลื่อนๆ แต่เหมือนอัดแล้วไม่แน่นยังไงไม่รู้ มันน่าจะทำมาประหยัดน้ำมันนะครับ
เติม E20 แอสโซ่ วิ่งในกรุงเทพติดสลับไมไ่ด้ติด ส่วนมากไหลๆได้ประมาณ 20 โลลิตรครับ
เทคนิคการขับคือพยายามไม่เบรคครับ ดูจังหวะเอาทิ้งระยะให้พอดี
ผลดีขึ้นกว่าเดิมประมาณ 2 โลลิตรครับ เทียบกับน้ำมันเครื่องศูนย์
มีคืนนึงเทสอัดได้ 170 ครับ มากสุดที่เคยลองปกติแค่ 160 แต่มีกลิ่นไหม้เข้ามาเหมือนกับน้ำมันเครื่องศูนย์ครับ หมดไป 3000 บาทครับ ราคาพอๆกับศูนย์แต่ได้เปลี่ยน้ำมันเกียร์ด้วยครับ

ออฟไลน์ nash66

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • สมาชิก ID: 23853
  • กระทู้: 48
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: แนท
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ดีครับ ผมก็ว่าจะไปเปลี่ยนน้ำมันเกียร์บ้าง เปลี่ยนแต่น้ำมันเครื่อง   :emo_051:

ออนไลน์ DSJ

  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • **********
  • สมาชิก ID: 4545
  • กระทู้: 1436
  • พลังน้ำใจ : 25
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: เจียงฮาย
  • ชื่อเล่น: เดียงสาจัง
  • รถ: 1.2 E
  • สีรถ: สีฟ้าอ่อน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


20 โลลิตรใน กทม นี่ผมไม่กล้าขับนะครับ เหนื่อยแย่แน่เลย แถมคงร้อนเพราะปิดแอร์เปิดกระจกวิ่งแน่ๆ นับถือจริงๆครับ

ออฟไลน์ sun sukata

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • สมาชิก ID: 33341
  • กระทู้: 69
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: sun
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • แนะนำประกันภัยรถยนต์
    • รางวัลและกิจกรรม


ผมขับจากสวนหลวง ร.9 ไป ม.หัวเฉียวบางนา-ตราดตอนเช้า ตอนเย็นขับจากม.หัวเฉียวไป รพ.เลิศสินถนนเจริญกรุงทุกวันมีติดบ้าง ตก 16-18 กม./ลิตร วันไหนเงินเดือนออกรถติดมากๆ ดูที่หน้าปัดได้ 11-12 กม./ลิตร :emo_111:

ออฟไลน์ Screen168

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 25642
  • กระทู้: 59
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: เฮียหมู รับพิมพ์เสื้อ
  • รถ: 1.2 J Eco
  • สีรถ: สีแดง
    • ดูรายละเอียด
    • สกรีนเสื้อ
    • รางวัลและกิจกรรม


ผมไม่ได้ขับรถปิดแอร์อะไรเลยครับ ขับปกติรถแอร์แอร์ฉ่ำครับ
เทคนิคการประหยัดเอาเรื่องรถก่อน
1.ล้างแอร์
2.เป่ากรองอากาศบ่อยๆ
3.ดูลมยาง
4.ดูน้ำมันเครื่องไม่เกินขีด จะได้ไม่เหวี่ยงไปตีน้ำมัน
5.ดูน้ำกลั่นให้พอดี
เรื่องการขับนะครับ
ขับระยะห่างให้พอดี จะได้ไม่ต้องเบรคบ่อย ไม่ใช่ช้า แต่ไม่จี้หลังเว้นระยะตามกฏหมายสามารถเบรคได้เมื่อรถหน้าหยุดอยู่กับที่โดยฉับพลัน อันนี้ต้องฝึกนะครับ ความนวนความเร็วที่ใช้ไปพร้อมกับระยะห่าง เพราะเวลารถชนมันหยุดทันทีไม่ได้มีระยะเบรคยาวนะครับ เพราะฉะนั้นในกรุงเทพจึงมีการชนท้ายกันบ่อยเพราะขับรถไม่ปลอดภัยครับ
ไม่ต้องออกตัวแรงมากก็ออกพอดี ใช้ความเร็วคงที เอาจริงๆก็เป้ฯการขับนั่นแหละครับเหมอืนกับขอ้อหนึ่งใช้ไหวพริบ ดูสถานการ์ข้างหน้า 2-3 ขั้น มีรถจะออกก็ดูเปลี่ยนเลนได้ไหม รถมอเตอร์ไซส์แทรกมาไหม ออกไม่ได้ ก็ชะลอให้เขา ไม่ต้องไปพุ่งแล้วก็ไปเบรค ต้องคิดวินๆ ยังไงเราก็ไปไม่ได้ปล่อยเขาไปแล้วเราตามยังไปได้เร็วกว่าเราไปจี้แล้วสุดท้ายก็เบรคสร้างความรถติด
เลิกมองดูรถชน หรือตรงๆคือเสือกเรื่องของชาวบ้าน เพราะบางทีรถไม่ไ่ด้ชนฝั่งนี้เลยชนฝั่งตรงข้าม แต่รถติดฝั่งนี้เพราะมัวแต่ชะลอดู ให้เราออกซ้ายดูได้จากแอปกูเกิลแล้ววิเคารห์ดูว่ามันติดเพระาอะไร แอปกูเกิลมีประโยชน์มากให้การดูเส้นทางรถติด แล้วถ้าเรามีการคิดวิเคราะห์ดีพอเราจะดูได้ว่ารถมันติดเพระาอะไร รถชน บ้าง จะสังเกตได้ง่ายผ่านจุดนี้ไปจะเขียวอะไรแบบนี้ วางแผนก่อนเดินทางทุกครั้ง ใช้บัตรeasy pass ลดเวลารถติดรอจ่ายเงิน ทุกอย่างมีผลหมดครับคิดเสมอว่าทำไปแล้วได้อะไร ทำไปไมไ่ด้อะไรไม่ต้องทำ พวกพฤติกรรมไปจ่อท้าย ปาดหน้า ขับไม่อยู่ในเลน ขับคร่อมเลน เลี้ยวข้ามเลน เข้าแซงแค่คันเดียวระหว่างช่องไฟของรถ อะไรแบบนี้  พฤติกรรมพวกนี้นอกจากจะทำให้เกิดอุบัติเหตุแล้วยังเปลืองน้ำมันและเสียเวลามากๆถ้าเกิดการชนกันด้วย

ทั้งหมดนี้จึงทำให้ผมสามารถขับรถได้ 20 กม./ลิตร ได้ โดยไม่ได้ขับต่อเนื่องกันนะครับ ใช้ประมาณ 7-10 วันครับ เพราะบางวันก้ไมไ่ด้ใช้รถครับ อันนี้ขนาดมีเทสขับอัด 170 ด้วยนะครับ ถ้าขับ 80-90 อย่างเดียวนี่น่าจะได้มากกว่านี้ตอนเทส 170 นี่เกจร่วงๆเลย


Tags: