ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวยาง Nexen N'FERA SU1 : First Impression  (อ่าน 8259 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ MeNaCe

  • No.002
  • CAR CLUB TEAM
  • สมาชิก 500 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 206
  • กระทู้: 997
  • พลังน้ำใจ : 75
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: BKK
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
  • Yaris 17+
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม กลุ่มสมาชิกที่สั่งซื้อหมวก-เสื้อคลับ สมาชิกกลุ่มยาริสใส่ล้อ 17+ สมาชิกคลับรุ่น 1 รุ่นก่อตั้งคลับ
รีวิวยาง Nexen N'FERA SU1 : First Impression
« เมื่อ: 06 เม.ย. 2017, 18:48:26 »
 Share 


Nexen Tire ยางรถยนต์สัญชาติเกาหลี ที่ชื่ออาจจะไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ แม้กระทั่งตัวผมก็ยอมรับว่าเพิ่งเคยได้ยินชื่อของแบรนๆนี้ก่อนหน้าที่จะเขียนรีวิวฉบับนี้ประมาณ 1 เดือนเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงยาง Nexen เองนั้นก็มีประวัติยาวนานกว่า 75 ปี  Nexen ก่อตั้งขึ้นในปี คศ.1942 โดยได้เริ่มผลิตยางรถยนต์เป็นครั้งแรกที่ประเทศเกาหลี จนเติบโตจนเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางภายในประเทศ  จากผลงานชิ้นเอกเมื่อปี 1956 ในช่วงยุค 60 Nexen ได้ออกแบบลายดอกยางรูปทรงตัววีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศเกาหลี จนกระทั่งปี 2000 ในระหว่างที่บริษัทกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องจึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อจาก “วูซังไทร์” มาเป็น “เน็กเซ็น ไทร์” เหมือนในปัจจุบันเพื่อปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้น


 Nexen  มีโรงงานผลิตยางรถยนต์ที่ทันสมัย 3 แห่งในประเทศเกาหลีใต้และจีน โดยที่แอบได้ยินมาว่ามี 1 โรงเคยเป็นโรงงานของมิชลินมาก่อน รวมถึงก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าในสหรัฐอเมริกา จีน และเยอรมัน เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและตรงความต้องการของตลาด ในปัจจุบันยาง Nexen มีใช้ในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก และยังเป็นยาง OEM ให้กับรถยนต์ชั้นนำหลากหลายยี่ห้อในต่างประเทศอาทิเช่น Audi,Mitsubishi,Hyudai,Kia และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ ยาง Nexen รุ่น N'FERA RU1 ขนาด 255/55R18 109Y XL  ถูกติดตั้งมาในรถยนต์หรูระดับซุปเปอร์คาร์อย่าง  Porsche Cayenne จากโรงงาน !!!


วันนี้นับเป็นโอกาสที่ดี ที่ บริษัท เอเชียไทร์ เวนเจอร์ ได้ให้ผมมาทดสอบยาง Nexen 1 รุ่น ซึ่งถือเป็น 1 ในรุ่นFlag-Ship หรือ เรือธงของแบรนด์ Nexen เลยก็ว่าได้ เพื่อทั้งตัวผมเองและผู้อ่านได้รู้จักกับพ่อหนุ่มเกาหลีนายนี้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งยางรุ่นที่ว่าก็คือ N’Fera SU1


จุดเด่นหลักๆของยางตัวนี้ที่ผม “ฟัง” มาคือ เป็นยาง Ultra High Performance นุ่ม หนึบ และ เงียบ จริงหรือไม่อย่างไรสักครู่คงจะได้ทราบกัน แต่ก่อนจะลงภาคปฎิบัติลองมาดูหน้าตาและสเปคคร่าวๆของยางตัวนี้จาก NexenThailand กันก่อนดีกว่าครับ



ในการผลิตยางรถยนต์ยุคปัจจุบันทุกแบรนด์ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำจะมีเทคโนโลยี หรือ “สูตรลับ” ที่เป็นของตัวเองหลายๆอย่างผสมผสานกันออกมาในยาง 1 รุ่น เพื่อให้ยางรุ่นนั้นๆมารถตอบโจทย์ของผู้ใช้และให้ผลลัพธ์ของการขับขี่ออกมาดีเยี่ยมที่สุด ในขณะที่แต่แบรนด์เองก็จะตั้งชื่อเทคโนโลยีของตัวเองที่แตกต่างออกไป ในส่วนของยาง Nexen N’Fera SU1 เองก็มีส่วนผสมของเทคโนโลยีหลักๆ 4 อย่างประกอบด้วย
Silica Compound : การใช้ส่วนผสมของ Silica ในเนื้อยาง ช่วยให้ยางมีการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น และยืดอายุการใช้งานของยาง
Silence System : ระบบเทคโนโลยีลดเสียงดังรบกวนขณะขับขี่ จากการจัดวางตัวของดอกยางที่ลงตัว ซึ่งมีรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถลดเสียงดังที่เกินขึ้นจนอยู่ในระดับที่เงียบ ไม่รบกวนความสุนทรีย์ในการขับขี่
Optimized Belt Contour System : โครงสร้างเสริมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบริเวณหน้ายาง ให้การสัมผัสพื้นถนนกับหน้ายางได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะที่มั่นคงและให้ความรู้สึกนุ่มสบายในการขับขี่
Optimized Carcass Contour System : โครงสร้างเสริมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบริเวณไหล่ยาง เพื่อให้การทรงตัวที่มั่นคงในขณะเข้าโค้ง

มาต่อกันที่คอนเซ็ปการออกแบบและแผนภาพสมรรถนะของ N’Fera SU1 กันต่อ ซึ่งตรงนี้ผมขออนุญาตใช้วิชาการทำรายงานสมัยยังเรียนหนังสือนั่นคือวิชา “ก๊อปแปะ” มาจากหน้าเวปของ NexenThailand ดื้อๆเลยละกัน เนื่องจากตัวผมแอบชื่นชมว่าข้อมูลที่แสดงบนหน้าเวปนั้นทำได้ สวยงาม และ เข้าใจได้ง่ายดีครับ


หลังจากเสพข้อมูลกันจนเปื่อยแล้วก็ได้เวลาสัมผัสกับ Nexen N’Fera SU1 ตัวเป็นๆสักที งานนี้ผู้ที่จะต้องเสียเหงื่อในการสลับยางให้ผมก็คือ ร้านยางสยามไทร์เซ็นเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายยาง Nexen อีก 1 เจ้าครับ


นอกจากโลโก้ Nexen ขนาดใหญ่หน้าร้านแล้ว เข้ามาในร้านก็จะพบกับยาง Nexen วางกระจัดกระจายเต็มร้านไปหมด แสดงว่าไม่ผิดร้านชัวร์


เข้ามาแล้วก็ต้องมองหาเหยื่อครับ รุ่นกับขนาดที่เราจะต้องใช้ทดสอบมันกองอยู่ตรงไหน ทันใดนั้นเองเราก็พบกับสิ่งนี้ N’Fera SU1 ขนาดที่เราจะใช้ทดสอบกันคือขนาด 17 นิ้ว  205/45/17 ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในบ้านเรา


หลังจากพบเหยื่อของเราแล้วคำแรกที่ผมอุทานขึ้นมาในใจจะเป็นคำไหนไปไม่ได้นอกจากคำว่า “โอ้วแม่สาวน้อย” ลายดอกยางของเธอช่างละเอียด เนื้อยางของเธอก็นิ่มราวกับสาวแรกรุ่น และเธอก็มีร่องรีดน้ำขนาดใหญ่ (มาก) อีกด้วย แต่สังเกตว่าร่องทั้ง 4 ร่องนั้นขนาดจะไม่เท่ากัน โดยมี 2 ร่องกลางเป็นร่องขนาดใหญ่ที่สุด ร่องฝั่งด้านในจะเล็กลงนิดหน่อย และร่องด้านนอกจะเป็นร่องขนาดเล็ก เหตุผลของการออกแบบร่องที่ขนาดไม่เท่ากันแบบนี้ก็เพื่อให้ยางมีความสามารถในการรีดน้ำที่ดี โดยยังคงรักษาความแข็งแรงของดอกยางขณะเข้าโค้งไปพร้อมๆกัน


เวลาเราเลือกซื้อยางรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ตัวเลขอีกชุดที่ไม่ควรมองข้ามคือ U.T.Q.G. Grade ซึ่งจะประกอบด้วย 3 อย่างคือ
1. Treadwear : ค่า Treadwear จะบอกความนิ่ม-แข็งของเนื้อยาง ถ้าเลขสูงๆแปลว่า ยางแข็ง ใช้ทน ดอกยางสึกยาก ผลที่ตามมาก็คือเสียงดัง และกระด้างเหมือนเกวียน ส่วนถ้าเลขต่ำๆก็จะตรงกันข้ามคือ นิ่มนวล สบายหูขับสบาย แต่อาจจะต้องเสียตังค์เปลี่ยนยางบ่อยหน่อย ยางที่ขายในตลาดก็จะมีตั้งแต่ร้อยต้นๆไปจนถึง 7-8 ร้อย โดยที่ยางในกลุ่มรถนั่งก็ไม่น่าจะเกิน 4-500 ส่วนบางท่านอาจจะเข้าใจผิดว่า Treadwear ที่ต่ำจะต้องเกาะถนนกว่า Treadwear ที่สูงเสมอไปซึ่งจริงๆเป็นความเชื่อที่ผิดครับ ไม่แน่เสมอไปอยู่ที่คุณภาพและการออกแบบของยาง
2.Traction : ความสามารถในการเบรก AA ดีกว่า A , A ดีกว่า B และ C ห่วยสุด
3.Temperature : บ่งบอกว่ายางนั้นทนต่อสภาพอุณภูมิขนาดไหน A ดีทีสุดและ C ห่วยสุด

   สรุปจากการส่องข้างฉลากของ N’Fera SU1 แล้วพบว่ามีค่า Treadwear ที่ 300 ถือเป็นค่ากลางๆที่กำลังน่าใช้ของรถนั่ง อยู่กลางๆระหว่างความสบายและความทนทาน ส่วน Traction และ Temp นั้นถูกจัดอยู่อยู่ในกลุ่มดีสุด และเลข 88W พ่วงท้ายนั้นความหมายก็คือ Max load ที่ 560Kg รองรับความเร็วสูงสุด 270km/hr


ล้อที่จะทดสอบกันในวันนี้เป็นล้อขนาด 17 นิ้ว กว้าง 7.5 และ ET+38 ซึ่งไม่ใช่ล้อเดิมจากโรงงานของ Yaris 1.2 และก็ถึงเวลาติดตั้งยางใหม่แทนที่ยางเก่า โดยที่ยาง N’Fera SU1 นั้นเป็นยางแบบ “ไม่สมมาตร” หมายความว่าการใส่ยางนั้นจะต้องดูด้าน ใน นอก ของยางเสมอโดยจะมีระบุไว้ที่แก้มยาง





ติดตั้ง เติมลม ถ่วงล้อเรียบร้อย ก็ได้เวลาลงพื้นครั้งแรก

ภาพนี้จะเห็นว่าร่องรีดน้ำของ N’Fera SU1 นั้นมีขนาดใหญ่มากจริงๆ

หน้าตาของยาง N’Fera SU1 หลังติดตั้งเข้ากับล้อแมกแล้วมองดูภาพรวมๆก็จะเห็นเป็นยางรถบ้านที่ติดความเป็นยางสปอร์ตมาเล็กๆ ขนาดมีความสมดุลพอดีเนื่องจากไม่ใช่ยางโอเวอร์ไซส์ แก้มยางถึงจะไม่ใช่ยางแก้มหลบแต่ก็ยังมีความสวยงามแบบแอบซิ่งเล็กน้อยพอให้เร้าใจ มองในภาพรวมแล้วก็ยังมองว่าเป็นยางรถบ้านมากกว่ายางสปอร์ต ที่มีความหล่อพอดีๆตัว ไม่เว่อร์วัง แต่ก็ดูดีมีราคา










Feeling สัมผัสแรกเมื่อได้ทดลองขับ ผมค่อนข้างประทับใจกับความนุ่มของยาง  โดยปกติรถที่ใส่ล้อ 15 มาจากโรงงานแล้วอัพขนาดขึ้นไปเป็น 17 นิ้ว สิ่งที่จะต้องทำใจว่าจะต้องเจอแน่นอนคือ “ความกระด้าง” ยิ่งใส่แก้มเตี้ยมากเท่าไหร่ หน้ายางกว้างขึ้นเท่าไหร่ ก็จะกระด้างขึ้นเท่านั้น รถ Yaris คันที่ใช้ทดสอบได้ทำการเปลี่ยนล้อแมคเป็น 17 ตั้งแต่ออกรถมาใหม่ๆ (ใช้ยางขนาด 205/45 มาตลอด) ผมค่อนข้างจะชินกับความกระด้างที่ว่า แต่พอได้ลองเปลี่ยนเป็นยาง Nexen N’Fera SU1 แล้วรู้สึกเปลี่ยนไป ความกระด้าง ฟีดแบคต่างๆจากผิวและรอยต่อของถนนนั้นลดลงจากที่เคย

เรื่องถัดมาคือเรื่องที่น่าจะสำคัญที่สุดของการเลือกซื้อยางสักเส้น นั่นก็คือ “การยึดเกาะถนน” เพราะเป็นเรื่องเป็นเรื่องตายของทุกคนที่อยู่บนรถเลยก็ว่าได้ โดยผมขอเริ่มจาก “พื้นแห้ง” ที่ฝรั่งเค้าจะเรียกว่า Dry Grip ก่อน เชื่อหรือไม่ว่าผมรู้สึกว่ายางที่ชาวบ้านเรียกว่ายางเกาหลีตัวนี้ เกาะถนนบนพื้นแห้งได้ดีกว่ายางแบรนด์ชื่อติดหูคนไทยหลายแบรนด์ ผู้ทดสอบได้ลองขับทางไกลออกต่างจังหวัดโดยขับแบบปกติ ใช้ความเร็ว 120-140 กม/ชม ส่วนมากเป็นทางตรง มีโค้งบ้างเล็กน้อย อาการของรถนั้นถูกควบคุมได้อย่างดีโดยผู้ขับขี่ จากรถ Yaris 1.2 ที่โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเป็นรถที่ Handing ไม่ค่อยจะดีนัก (พวงมาลัยย้วย ไม่คม) กลับกลายเป็นรถที่มีฟิลลิ่งของพวกมาลัยที่ดีขึ้น หนักแน่นและอาการย้วยที่หายไปบ้างจากการขับทางไกลยาวๆ ส่วนการเข้าโค้งนั้นก็ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน ผมได้ทดสอบยัดเข้าโค้งที่ความเร็วต่างๆกัน พบว่า Dry Grip ของ Nexen N’Fera SU1 นั้นเหลือๆสำหรับการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน


ทดสอบการขับทางไกลยาวๆ ยางที่ดีจะช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ลงได้


เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

และเนื่องจากการขับขี่แบบปกติของยาง Nexen N’Fera SU1 นั้นมีความปลอดภัยเพียงพออยู่แล้วตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น  ผมจึงอยากทดสอบให้มันเกินกว่าปกติขึ้นไปสักเล็กน้อยเพื่อความสบายใจของผมเองที่จะต้องใช้ยางชุดนี้ไปอีกอย่างน้อย 2-4 ปี โดยการตั้งสนามทดสอบเล็กๆง่ายๆ ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม หักเลี้ยวสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน รวมถึงการเบรกฉุกเฉิน ซึ่งผลการทดสอบนั้นผมค่อยข้างประทับใจไม่น้อย เริ่มจากการทดสอบขับแบบสลาลมช้าๆและค่อยๆเร่งความเร็วขึ้น การควบคุมพวงมาลัยนั้นเป็นธรรมชาติและแม่นยำทุกช่วงความเร็วที่ทดสอบ ถัดมาที่การหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหันรถสามารถจิกเข้าไพลอนและพาผมและรถ Yaris ออกจากสถานการณ์ฉุกเฉินจำลองได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องสุดท้ายคือการทดสอบเบรกฉุกเฉินนั้นยาง Nexen N’Fera SU1 นั้นมีระยะเบรคที่สั้นและไว้ใจได้ไม่ต่างกับยางแบรนด์ชั้นนำอื่นๆที่เคยทดสอบ


ทดสอบให้ยากขึ้นอีกนิด ด้วยการตั้งสนามทดสอบแบบง่ายๆ


ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม


ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม


ทดสอบการขับขี่แบบสลาลม


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน


ทดสอบการเบรคแบบฉุกเฉิน

2 วันถัดมา ฝนฟ้าก็เป็นใจให้เราได้ทดสอบ Wet-Grip กับถนนเปียกๆกันดูบ้าง ปกติถนนที่มีน้ำขังมักจะเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ที่ใช้ยางทางเลือก หรือแม้กระทั่งยางรุ่นล่างๆของแบรนด์ชั้นนำเองก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มยางรถนั่งที่ไม่ใช่ยางสปอร์ต แต่ด้วยร่องรีดน้ำขนาดใหญ่ เนื้อยางและลายดอกยางของ Nexen N’Fera SU1 การขับขี่และการควบคุมรถยังทำได้ดีไม่แพ้ถนนแห้ง ผมสามารถขับผ่านแอ่งน้ำที่ขังอยู่บนถนนไปได้แบบสบายๆ การเข้าโค้งที่ถนนชุ่มๆนั้นก็ยังมี Grip มากพอที่จะผ่านไปได้แบบไม่ต้องหวาดเสียวมากนัก เพียงแต่อาจจะไม่สามารถทำความเร็วสูงเท่าถนนแห้ง รวมถึงระยะเบรกที่จะต้องเผื่อมากกว่าถนนแห้งเล็กน้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของยางทุกรุ่นบนโลก สรุป Nexen N’Fera SU1 นั้นเป็นยางที่รีดน้ำได้ดี และมีความปลอดภัยมากพอสำหรับการขับขี่บนถนนเปียกๆของบ้านเรา 

เรื่องสุดท้ายที่หลายท่านน่าจะรออ่านและให้ความสนใจกันอยู่ไม่น้อยก็คงจะเป็นเรื่องของ “เสียง” ตรงนี้ผมยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจในการรีวิวเรื่องเสียงด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง เช่น เรื่องเสียงมันเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนบุคคล มาตรฐานของแต่ละคนไม่เท่ากันและเราไม่มีอุปกรณ์ในการวัดเป็นตัวเลขออกมา รวมถึงเราไม่มีถนนที่เป็นมาตรฐานที่ใช้ทดสอบเรื่องเสียงจริงๆจังๆ ต้องใช้ความรู้สึกวัดเอากับถนนที่ขับประจำทุกวัน และถนนบ้านเราก็อย่างที่ทราบกันว่าถนนเงียบๆหายากมาก ส่วนมากจะเจอแต่คอนกรีดหรือยางมะตอยหยาบๆ ยกเว้นโชคดีไปเจอถนนที่เพิ่งลาดยางเสร็จใหม่ๆ ถึงจะรู้ว่ายางที่เราทดสอบมันเงียบจริงหรือไม่จริง อีกเรื่องคือผมคาดหวังกับยางตัวนี้ไว้ค่อนข้างสูง จากการอ่านรีวิวต่างประเทศ และการพูดคุย หลายเสียงพูดตรงกันว่ามันนุ่มเงียบจริงๆ รวมถึงจากการสังเกตลายดอกยางและสัมผัสเนื้อยางแล้ว ผมเลยตั้งเป้าในใจไว้สูงถึงสูงมาก ว่ามันจะต้องเป็นยางที่เงียบมากตัวนึง เรื่องสุดท้ายคงจะหนีไม่พ้นว่าตัวผมเองได้เคยทดสอบยางที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบมาแล้วหลายรุ่น รวมถึงรุ่นท็อปสุดของตลาดที่แทบจะเรียกได้ว่าเงียบโคตรๆ เงียบที่สุดของสุดที่จะหาซื้อได้ในประเทศนี้มาแล้ว

แต่แล้ว .. เราก็พบว่า Nexen N’Fera SU1 ไม่ได้สร้างความประทับใจให้ผมมากนัก  ถามว่าดังมั้ย ? ตอบได้เลยว่าไม่ดัง แต่เงียบแบบ 10/10 เลยมั้ย ? ก็ตอบว่าก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น มันก็คือยางที่เก็บเสียงได้ดีรุ่นนึง แต่มันก็ไม่ได้เงียบอย่างที่ผมตั้งความหวังเอาไว้ มันก็ยังมีเสียงดอกยางบดไปกับพื้นถนนดังหึ่งๆให้ได้ยินตลอดถ้าคุณตั้งใจจะฟังมัน แต่ถ้าขับไปแบบปกติ เปิดเพลงฟังปกติ ไม่นั่งขับไปจับผิดไปแบบผม มันก็ไม่ได้กวนใจอะไรคุณมากนัก ละถามว่าเงียบกว่าแบรนด์อื่นที่ราคาเท่าๆกันมั้ย ใช่ครับมันเงียบกว่าจริงๆ อาจจะเงียบกว่ายางรุ่นล่างๆของแบรนด์ชั้นนำ (ที่ราคาสูงกว่า) หลายรุ่นเลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าถามว่าแล้วไอ้ยางราคาประมาณนี้ที่เงียบกว่านี้ล่ะมีมั้ย? คำตอบคือมันก็ยังมีบางรุ่นที่เงียบกว่านี้ครับ (ซึ่งเงียบได้นานแค่ไหน หรือดอกยางทนขนาดไหนอีกเรื่องนึงนะ) แต่นั่นเป็นเรืองของเสียงฟีดแบคจากผิวถนน ที่ผมรู้สึกเซอไพรซ์มากกว่าคือเรื่องเสียงเอี้ยดๆอ้าดๆของยางตัวนี้มันน้อยมากๆจนแทบไม่มี ไม่ว่าจะลองหักเลี้ยวแรงๆ หรือดึงเบรกมือจนล้อล๊อค มันก็ยังไม่ค่อยจะยอมร้องเอี้ยดอ้าดขอชีวิตให้ได้ยิน เลยขอสรุปแบบนี้ละกันว่า “รวมๆมันถือว่าเงียบแหละ แต่ก็ยังไม่สุดสำหรับผม”

ถึงตรงนี้ผมได้ทดสอบยาง Nexen ไปแล้วราวๆ 500กม ซึ่งอาจจะยังไม่มากพอในการสรุปข้อดี ข้อเสียของมันทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ความทนทาน” ที่จะต้องใช้เวลาและระยะทางในการทดสอบมากกว่านี้ ดังนั้นจึงขอตัดช่วงการรีวิวของ Part 1 ไว้เพียงเท่านี้ และจะกลับมาอีกครั้งในรีวิว Part2 ก่อนจะจบ ผมขอสรุปรวบพร้อมให้คะแนนเป็นข้อๆสำหรับ First Impression ของยาง Nexen N’Fera SU1 ไว้ตามนี้

•   Dry Grip (การเกะถนนพื้นแห้ง) 8.5/10
•   Wet Grip (การเกาะถนนพื้นเปียก) 8/10
•   Road Feedback (เสียง) 7.5/10
•   Comfort (ความนุ่มสบาย) 8.5/10
•   Handing (การควบคุม) 8/10
•   Wear (ความทนทาน)  --/10 รอ Part2
•   Value (ความคุ้มค่า) --/10 รอ Part2


จากการให้คะแนน ยาง Nexen N’Fera SU1 ทำคะแนนผลรวมได้ถึง 40.5 จาก 50 ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่ดีถึงดีมาก แม้จะยังไม่สุดแต่ในราคาจำหน่ายเพียงเส้นละ สองพันกลางๆ นับว่าเป็นยางที่คุ้มค่าน่าลงทุนอีกหนึ่งรุ่นของตลาดยางยนต์บ้านเรา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความนุ่ม หนึบ เกาะถนนดี ถึงตรงนี้ผมอาจจะพูดได้เต็มปากเลยว่า “วันนี้ยางเกาหลีไม่ใช่ยางทางเลือกอีกต่อไป” ยาง Nexen จะต้องเป็นยางที่ไปได้สวยในตลาดบ้านเราแบบที่ยางแบรนด์ดังที่ติดตลาดไปแล้วจะประมาทไม่ได้เลย

และหากท่านมีความสนใจในยาง Nexen แต่ยังมึนๆว่าอ้าวเฮ้ยอ่านตั้งนานแล้วมันหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง ก็ขอตอบตรงนี้เลยครับว่าร้านยางชั้นนำทั่วๆไปผมเห็นป้าย Nexen ขึ้นหลายร้านแล้วจริงๆ รวมถึงศูนย์บริการมาตรฐานที่รู้จักกันดีอย่าง B-Quik ก็มียาง Nexen ไว้คอยบริการท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้วจร้า ส่วนข้อมูลอื่นๆของ Nexen ท่านสามารถติดตามได้จาก เวปไซต์ www.NexenThailand.com และทาง Facebook.com/NEXENTH ได้เลยครับ


แถมให้อีกนิดก่อนปิดท้าย เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้อ่านที่ตามอ่านมาและอาจจะยังมีความลังเลอยู่บ้าง ผมบังเอิญไปเจอ Mercedes-Benz E250 Coupe ป้ายแดงคันนึ่ง (ที่ดูผ่านๆก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ) แต่สังเกตที่ยางดีๆครับ นั่นคือ Nexen N’Fera SU1 รุ่นเดียวกับที่ผมทดสอบเป๊ะ นั่นแปลว่ายาง Nexen นั้นได้รับความไว้วางใจให้กับผู้ใช้รถระดับหรูหราสมรรถนะสูงจริงๆนะเออ !!!


E250 Coupe กับ Nexen N’Fera SU1

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ บริษัท เอเชียไทร์ เวนเจอร์ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยาง Nexen อย่างเป็นทางการในประเทศไทย สำหรับยาง Nexen N’Fera SU1 ที่ให้มาทำการทดสอบ หากรีวิวฉบับนี้ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

Pongpat Leudechanat ผู้ทดสอบ /เขียนบทความ   
Munick Wongsapat ถ่ายภาพ

ติดต่อรีวิวสินค้า Line ID : imenace13
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เม.ย. 2017, 23:51:27 โดย MeNaCe »

Tags: