ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม  (อ่าน 11465 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ๊๊unchalee

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 32026
  • กระทู้: 77
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: อัญ
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

ออฟไลน์ Mouse Pl

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • สมาชิก ID: 24639
  • กระทู้: 52
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: พิษณุโลก
  • ชื่อเล่น: Mouse
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีบรอนซ์เงิน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 25 ม.ค. 2017, 14:22:53 »


ผมใช้มา 13 เดือน 4,3xx กม.ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรนั่งในห้องโดยสารเงียบมาก ๆ ครับ

ออฟไลน์ ๊๊unchalee

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 32026
  • กระทู้: 77
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: อัญ
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 25 ม.ค. 2017, 15:03:26 »


ขอบคุณคะ มีดัดแปลงรอะไรไหมคะ  ตอนออกตัวอืด เคย รอติดไฟแดง ฮอน ไปแล้ว เรายังไม่ออกตัวเลยอ่ะ

ออฟไลน์ pgscc03

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • สมาชิก ID: 4265
  • กระทู้: 65
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: นนทบุรี
  • ชื่อเล่น: หมู
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 26 ม.ค. 2017, 13:14:20 »


สี่หมื่นกว่าโลละ ออกตัวไม่อืดแต่
1.เปลี่ยนยางเดิม 185/60/r15 เป็น 175/65/r15 หน้ายางเล็กลงนิดนึง แก้มยางสูงขึ้นนิดนึง เข้า/ออกหน้าบ้านไม่ครูดแล้ว รถออกตัวดีขึ้นกว่าเดิม
2.ถ้าอยากให้ออกตัวดีขึ้นอีกให้ กด AC off (ปิดแอร์ไม่ปิดลม)
ตอนนี้พอใจละ 15โล/ลิตร ขับในเมือง (นนทบุรี-ประชาชื่น)

ออฟไลน์ papa

  • สมาชิก 300 ไมล์
  • ********
  • สมาชิก ID: 4988
  • กระทู้: 476
  • พลังน้ำใจ : 13
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: นาย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 26 ม.ค. 2017, 14:59:39 »


ตัว G วิ่งไปเกือบ 5 หมื่น หมดประกันแล้ว

ชอบ
- กุญแจและระบบสตาร์ท แบบไม่ต้องหยิบออกมาจากกระเป๋าเลย

ไม่ชอบ
- แอร์ออร์โต้ มันเย็นไป + เวลาขับรถปรับยากต้องรอรถติดเพราะต้องละสายตาไปมอง

อื่นๆ ก็ ตามนี้ครับ
http://www.yarisclubthailand.com/index.php/topic,13531.msg279430.html#msg279430
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ม.ค. 2017, 15:01:32 โดย papa »

ออฟไลน์ Lady_G

  • สมาชิกใหม่
  • สมาชิก ID: 32769
  • กระทู้: 2
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: นนทบุรี
  • ชื่อเล่น: เลดี้
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 27 ม.ค. 2017, 10:34:12 »


 ใช้ดีค่ะ แต่สมาร์ทคีย์ไม่คุ้นเลย เคยลืมดับเครื่องด้วยแล้วรีบเดินออกไปไม่ฟังเสียงรถร้อง  :'( :emo_008:

ออฟไลน์ ๊๊unchalee

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 32026
  • กระทู้: 77
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: อัญ
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 27 ม.ค. 2017, 13:17:38 »


ที่ว่ารถยาริส อืดช่วง 0-40 เพราะ เพราะเราไม่ขับแบบนี้ ใช่ไหมคะ

เกียร์ CVT คืออะไร และขับอย่างไรถึงจะแรง
ในช่วงที่่ผ่านมารถรุ่นใหม่ๆ มักจะมาพร้อมกับเกียร์ CVT  ซึ่งหลายๆ คนขับแล้วก็รู้สึกว่าทำไม่มันอืดๆ  ออกตัวช้า เร่งแซงไม่ทันใจ  รอรอบเยอะ  ปัญหาเยอะอย่างนี้ทำออกมาทำไม ใช้เกียร์  AUTOMATIC  แบบเดิมๆ ไป ไม่ดีกว่าหรือ จริงๆ แล้ว เกียร์ CVT ไม่ได้มีปัญหามากมายขนาดนั้น   วันนี้เราจะพามามาหาคำตอบกันว่าเกียร์ CVT คืออะไร  แล้วต้องใช้งานมันอย่างไร จึงจะถูกต้อง และดึงสมรรถนะ ของมันออกมาได้อย่างเต็มที่
 
เกียร์ CVT คืออะไร
ระบบเกียร์ CVT (CONTINOUS VARIABLE TRANSMISSION)  หรือ ระบบเกียร์ผันแปร   เป็นเกียร์ที่จะเปลี่ยนแปลงการทำงาน ตามกำลังที่ส่งมาจากเครื่องยนต์  ภายในชุดเกียร์ จะประกอบด้วย พูลเลย์  2 ตัว ตัวแรก ที่ต่อกับเครื่องยนต์จะเรียกว่า  "พูลเล่ย์ขับ"  (DRIVE PULLEY)  ส่วนตัวที่ต่อกับเพลาจะเรียกว่า  "พูลเล่ย์กำลัง" (DRIVEN PULLEY)  โดยทั้งสองตัว  จะทำงานสอดคล้องกันตามอัตราเร่ง และรอบเครื่องยนต์

ในชุดเกียร์ AUTOMATIC ปกตินั้น เวลาเราเปลี่ยนเกียร์ หรือเปลี่ยนอัตราทด เราจะต้องเข้าเกียร์ แล้วภายในเกียร์ก็จะเปลี่ยนเฟือง ไปยังชุดเกียร์ที่ต้องการ  เพื่อให้ทำงานตามอัตราทดของเกียร์นั้นๆ แต่ในเกียร์ CVT นั้น  จะปรับอัตราทดด้วยการเปลี่ยนขนาดของ "พูลเล่ย์"  เช่น เมื่อขับออกตัวซึ่งจะใช้เกียร์ต่ำนั้น  ชุดพูลเล่ย์ขับจะมีขนาดเล็ก  ส่วนพูลเล่ย์กำลังจะมีขนาดใหญ่   แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้น ใช้เกียร์สูงขึ้น  พูลเลย์ขับจะขยายตัวใหญ่ขึ้น  ในขณะที่พูลเลย์กำลังจะมีขนาดลดลง  นึกภาพง่ายๆ ว่ามีกรวย 2 อัน ตั้งกลับด้านสวนทางกัน  แล้วคล้องสายพานไว้ตรงกลาง  เมื่อดึงสายพานไปทางปลายด้านเล็กของกรวยอันหนึ่ง  แต่ต้องการให้ระยะระหว่างกรวยทั้ง 2 เท่าเดิม ก็ต้องขยับสายพานบนกรวยอีกด้าน  ให้ไปทางด้านฐานมากขึ้น เกียร์ CVT  ก็เหมือนกัน แค่เปลี่ยนจากกรวย  มาเป็นพูลเล่ย์ ที่จะยืดๆ หดๆ ขนาดไปตามอัตราทดที่ต้องการ  โดยมีสายพานโลหะ เป็นตัวเชื่อมการทำงานของทั้ง 2 อันไว้ด้วยกัน         ซึ่งระบบการปรับขนาดของพูลเล่ย์นี้ มีทั้งแบบทำงานโดยไฟฟ้า  และไฮดรอลิก
 
ข้อดี ข้อเสียของเกียร์ CVT
ข้อดีของเกียร์ CVT นั้น มีอยู่มากมาย ไม่อย่างนั้นเค้าคงไม่เอามาเปลี่ยนใส่ในรถรุ่นใหม่ๆ  อันดับแรกเลยก็ คือ ความนุ่มนวล  เพราะเกียร์ CVT นั้น จะเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้แบ่งเป็นสเต็ป 1-2-3-4-5 เหมือนเกียร์ AUTO ปกติ ดังนั้นจึงไม่มีการกระชาก  หรือกระตุกในจังหวะเปลี่ยนเกียร์  แต่จะค่อยๆ ไต่ความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างนุ่มนวล ในขณะเดียวกันการที่เกียร์ไม่กระชาก ก็ทำให้รอบเครื่องไม่กระชากตามไปด้วย  ดังนั้นจึงทำให้อัตราการบริโภคน้ำมันน้อยลง ไม่มีการลากรอบทิ้งก่อนเปลี่ยนเกียร์  เหมือนเกียร์แบบเดิม

ส่วนข้อเสียนั้น  ก็คงจะเกิดสำหรับคนเท้าหนักเป็นหลัก  ซึ่งก็บอกแล้วว่าเกียร์แบบนี้ ถูกออกแบบมา  เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลไม่กระชาก  ดังนั้นบรรดาขาซิ่งทั้งหลาย จึงรู้สึกคล้ายรถมันไม่วิ่ง  แถมถ้าไปใช้วิธีการขับแบบเดิมๆ ก็กลายเป็นมีแต่รอบ รถไม่วิ่ง แถมคิ๊กดาวน์บ่อยๆ  กระชากสายพานบ่อยๆ  อายุสายพานก็ลดลง แต่จริงๆ  หากวัดความเร็วกันจริงๆ ก็ช้ากว่าเกียร์ธรรมดาไม่ได้  มากมาย แค่มันไม่ "ดึง" เท่านั้น

เกียร์ CVT  ขับอย่างไร
สำหรับนักขับเท้าหนัก  ที่ไปซื้อรถเกียร์ CVT มา ก็อย่าหงุดหงิดไป วันนี้มีวิธีการขับเกียร์ CVT อย่างถูกวิธีมาบอก ซึ่งนอกจาก จะทำให้คุณรีดสมรรถนะของเกียร์แบบนี้  ออกมาได้มากกว่าเดิมแล้ว  ก็ยังช่วยยืดอายุของเกียร์ให้มากขึ้นด้วย

อันดับแรก  ในเรื่องของการออกตัวนั้น เกียร์ CVT จะทำงานด้วยอัตราทดที่สัมพันธ์กัน  ตามการหมุนของเครื่องยนต์ และรอบเครื่อง  ดังนั้นในการออกตัว ควรจะเริ่มจากค่อยๆ กดคันเร่งลงไปนิดหน่อย  ให้รอบเครื่องเริ่มขยับ จนรู้สึกว่าเกียร์จับตัวแล้ว จึงเติมคันเร่งเข้าไป  วิธีการนี้จะทำให้รถออกตัวได้เร็ว และนุ่มนวลกว่าการออกตัวแบบเหยีบคันเร่งลงไปทีเดียวเยอะๆ  เพราะวิธีนี้จะทำให้รอบเครื่องกวาดขึ้น  แต่พูลเล่ย์จะหมุนตามไม่ทัน รถจึงเกิดอาการรอรอบ

ส่วนวิธีที่จะขับให้ประหยัดนั้น  พอรถออกตัวเคลื่อนที่แล้ว  ก็ให้กดคันเร่งไปให้เกือบสุด รถจะค่อยๆ ไต่ความเร็วขึ้นไป จนถึงความรเร็วที่ต้องการ  ก็ให้ยกเท้าขึ้นนิดนึง แล้วคงความเร็วไว้นิ่งๆ ในช่วงความเร็วที่ต้องการ  ก็จะเป็นการขับโดยไม่มีรอบฟรีทิ้งให้เปลืองน้ำมัน  ในการเร่งแซง  นั้นก็เช่นกัน  หากกระแทกคันเร่งลงไปทีเดียว  รถก็จะเกิดอาการรอรอบ เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องมีเทคนิคเล็กๆ  คือใช้วิธีเบิ้ลคันเร่ง  คือเมื่อจะเร่งแซงก็ให้กดคันเร่ง เหมือนคิ๊กดาวน์ แล้วถอนออก  แล้วจึงกดย้ำลงไปอีกที  เพื่อเป็นการสั่งงานให้กล่องเกียร์ รับคำสั่งเร็วขึ้น

เกียร์ CVT ดูแลอย่างไร
สำหรับการดูแลรักษาเกียร์ CVT  ให้มีอายุการใช้งานยาวนานนั้น  อันดับแรกเลยก็คงจะต้องปรับ ในเรื่องพฤติกรรมการขับก่อน  โดยขอให้ลดการออกตัวแบบกระชากๆ  ให้น้อยลง หรือไม่ทำเลยได้ยิ่งดี  เพราะจุดอ่อนของระบบเกียร์ CVT  คือสายพานโลหะ  ที่เชื่อมกำลังระหว่าง พูลเล่ย์ทั้ง 2 ตัว ซึ่งหากมีการกระชากบ่อยๆ สายพานตัวก็จะชำรุดเสียหาย เป็นอันดับแรก  ต่อมาก็ควรจะต้องมีการบำรุงรักษา ตามระยะอย่างเหมาะสม และถูกต้อง นั่นคือ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะในคู่มือ  หรือเปลี่ยนก่อนนิดหน่อยก็ยิ่งดี  โดยเลือกเกรดน้ำมันเกียร์  ให้ถูกต้องตามสเปก อันนี้สำคัญมาก  เพราะน้ำมันเกียร์ของเกียร์ AUTO ธรรมดา กับน้ำมันเกียร์ CVT นั้น จะมีค่าความหนืดไม่เท่ากัน ไม่ควรเอามาใช้ปนกันเด็ดขาด ซึ่งหากทำได้ตามนี้เกียร์ CVT  ก็น่าจะมีอายุยืนยาวขึ้นแล้ว

ออฟไลน์ ๊๊unchalee

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 32026
  • กระทู้: 77
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: อัญ
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 27 ม.ค. 2017, 13:30:02 »


ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์จากฝั่งญี่ปุ่น เริ่มติดตั้งเกียร์เกียร์อัตโนมัติแบบแปรฝันต่อเนื่อง (CVT) มาให้เป็นส่วนใหญ่แล้ว โดยเฉพาะรถอีโคคาร์และรถยนต์ขนาดคอมแพ็ค ซึ่งแม้ว่าจะบั่นทอนความสนุกสนานในการขับขี่ไปบ้าง แต่ก็ได้ความประหยัดที่เพิ่มขึ้นมาแทน

     วันนี้ Sanook! Auto จะมาแนะนำวิธีขับรถเกียร์ซีวีทีให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นไปอีกครับ

 

1.ปล่อยเบรกให้รถไหลก่อนเหยียบคันเร่ง

     ปกติแล้วเวลาที่เราออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง เรามักสลับเท้าจากแป้นเบรกไปเหยียบคันเร่งทันที แต่หากเราหันมาใช้วิธีปล่อยเบรกไว้สัก 1 วินาที แล้วค่อยเหยียบคันเร่ง จะช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นได้ เนื่องจากช่วงออกตัวจะเป็นช่วงที่เครื่องยนต์กินน้ำมันมากที่สุด หากเราเปลี่ยนมาปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วค่อยเหยียบคันเร่ง จะช่วยให้หนุ่มสาวชาวเมืองเซฟน้ำมันได้ดีทีเดียว

 

2.เหยียบแต่น้อยก็วิ่งฉิวได้

     เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT จะมีการเปลี่ยนเกียร์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้น แทนที่เราจะออกตัวด้วยการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง ลองหันมาใช้วิธีเหยียบคันเร่งออกตัวเบาๆดูบ้าง ให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในระดับไม่เกิน 2,000 รอบต่อนาทีตลอดการเร่งความเร็ว ซึ่งเพียงพอให้รถสามารถแตะ 100 กม./ชม.ได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องเค้นคันเร่งให้เปลืองน้ำมัน เพียงแต่ต้องใจเย็นนิดนึง

 



 

3.ขับทางไกลคุมน้ำหนักเท้าให้คงที่

     เกียร์ CVT สามารถปรับอัตราทดได้ต่ำกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ฉะนั้นจึงสามารถขับขี่ที่ความเร็วสูงด้วยรอบเครื่องยนต์ต่ำ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันและลดภาระเครื่องยนต์ด้วย แต่อัตราทดที่ต่ำมากก็จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีแรงบิดพอที่จะเพิ่มความเร็วเช่นกัน ดังนั้น เมื่อขับขี่รถเกียร์ซีวีทีด้วยความเร็วสูง เรามักจะเห็นรอบเครื่องยนต์แกว่งขึ้น-ลงอยู่เรื่อยๆ หากเหยียบคันเร่งเพิ่มเพียงนิดเดียว รอบเครื่องยนต์ก็จะพุ่งขึ้นทันที ทำให้รถไม่ประหยัดน้ำมันเท่าที่ควร

     ดังนั้น วิธีแก้ไขก็คือควรใช้ความเร็วในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป (ถ้ายิ่งขับเร็ว อาการรอบแกว่งก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) และควบคุมน้ำหนักเท้าให้คงที่ ไม่เหยียบปล่อยๆ ก็จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้คงที่มากขึ้น ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นด้วย

 

4.ใช้เบรกแต่น้อย

     สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงว่าจะส่งผลต่อการประหยัดน้ำมัน ก็คือการเหยียบเบรก เพราะหากลดความเร็วลงโดยไม่จำเป็น ก็จะต้องเหยียบคันเร่งเพื่อกลับไปแตะความเร็วเดิมทุกครั้ง ดังนั้น จึงควรใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมทั้งในเมืองและนอกเมือง เว้นระยะห่างคันหน้าให้พอดี จะได้เหยียบเบรกน้อยลง ทำให้ไม่ต้องเค้นคันเร่งกันบ่อยๆด้วยครับ

     เหล่านี้เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถปฏิบัติได้ทันที หากฝึกให้เคยชินจนเป็นนิสัย ก็จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋ามากขึ้นครับ

 ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์จากฝั่งญี่ปุ่น เริ่มติดตั้งเกียร์เกียร์อัตโนมัติแบบแปรฝันต่อเนื่อง (CVT) มาให้เป็นส่วนใหญ่แล้ว โดยเฉพาะรถอีโคคาร์และรถยนต์ขนาดคอมแพ็ค ซึ่งแม้ว่าจะบั่นทอนความสนุกสนานในการขับขี่ไปบ้าง แต่ก็ได้ความประหยัดที่เพิ่มขึ้นมาแทน

     วันนี้ Sanook! Auto จะมาแนะนำวิธีขับรถเกียร์ซีวีทีให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นไปอีกครับ

 

1.ปล่อยเบรกให้รถไหลก่อนเหยียบคันเร่ง

     ปกติแล้วเวลาที่เราออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง เรามักสลับเท้าจากแป้นเบรกไปเหยียบคันเร่งทันที แต่หากเราหันมาใช้วิธีปล่อยเบรกไว้สัก 1 วินาที แล้วค่อยเหยียบคันเร่ง จะช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นได้ เนื่องจากช่วงออกตัวจะเป็นช่วงที่เครื่องยนต์กินน้ำมันมากที่สุด หากเราเปลี่ยนมาปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วค่อยเหยียบคันเร่ง จะช่วยให้หนุ่มสาวชาวเมืองเซฟน้ำมันได้ดีทีเดียว

 

2.เหยียบแต่น้อยก็วิ่งฉิวได้

     เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT จะมีการเปลี่ยนเกียร์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้น แทนที่เราจะออกตัวด้วยการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง ลองหันมาใช้วิธีเหยียบคันเร่งออกตัวเบาๆดูบ้าง ให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในระดับไม่เกิน 2,000 รอบต่อนาทีตลอดการเร่งความเร็ว ซึ่งเพียงพอให้รถสามารถแตะ 100 กม./ชม.ได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องเค้นคันเร่งให้เปลืองน้ำมัน เพียงแต่ต้องใจเย็นนิดนึง

 



 

3.ขับทางไกลคุมน้ำหนักเท้าให้คงที่

     เกียร์ CVT สามารถปรับอัตราทดได้ต่ำกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ฉะนั้นจึงสามารถขับขี่ที่ความเร็วสูงด้วยรอบเครื่องยนต์ต่ำ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันและลดภาระเครื่องยนต์ด้วย แต่อัตราทดที่ต่ำมากก็จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีแรงบิดพอที่จะเพิ่มความเร็วเช่นกัน ดังนั้น เมื่อขับขี่รถเกียร์ซีวีทีด้วยความเร็วสูง เรามักจะเห็นรอบเครื่องยนต์แกว่งขึ้น-ลงอยู่เรื่อยๆ หากเหยียบคันเร่งเพิ่มเพียงนิดเดียว รอบเครื่องยนต์ก็จะพุ่งขึ้นทันที ทำให้รถไม่ประหยัดน้ำมันเท่าที่ควร

     ดังนั้น วิธีแก้ไขก็คือควรใช้ความเร็วในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป (ถ้ายิ่งขับเร็ว อาการรอบแกว่งก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) และควบคุมน้ำหนักเท้าให้คงที่ ไม่เหยียบปล่อยๆ ก็จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้คงที่มากขึ้น ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นด้วย

 

4.ใช้เบรกแต่น้อย

     สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงว่าจะส่งผลต่อการประหยัดน้ำมัน ก็คือการเหยียบเบรก เพราะหากลดความเร็วลงโดยไม่จำเป็น ก็จะต้องเหยียบคันเร่งเพื่อกลับไปแตะความเร็วเดิมทุกครั้ง ดังนั้น จึงควรใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมทั้งในเมืองและนอกเมือง เว้นระยะห่างคันหน้าให้พอดี จะได้เหยียบเบรกน้อยลง ทำให้ไม่ต้องเค้นคันเร่งกันบ่อยๆด้วยครับ

     เหล่านี้เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถปฏิบัติได้ทันที หากฝึกให้เคยชินจนเป็นนิสัย ก็จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋ามากขึ้นครับ

 
ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์จากฝั่งญี่ปุ่น เริ่มติดตั้งเกียร์เกียร์อัตโนมัติแบบแปรฝันต่อเนื่อง (CVT) มาให้เป็นส่วนใหญ่แล้ว โดยเฉพาะรถอีโคคาร์และรถยนต์ขนาดคอมแพ็ค ซึ่งแม้ว่าจะบั่นทอนความสนุกสนานในการขับขี่ไปบ้าง แต่ก็ได้ความประหยัดที่เพิ่มขึ้นมาแทน

     วันนี้ Sanook! Auto จะมาแนะนำวิธีขับรถเกียร์ซีวีทีให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นไปอีกครับ

 

1.ปล่อยเบรกให้รถไหลก่อนเหยียบคันเร่ง

     ปกติแล้วเวลาที่เราออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง เรามักสลับเท้าจากแป้นเบรกไปเหยียบคันเร่งทันที แต่หากเราหันมาใช้วิธีปล่อยเบรกไว้สัก 1 วินาที แล้วค่อยเหยียบคันเร่ง จะช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นได้ เนื่องจากช่วงออกตัวจะเป็นช่วงที่เครื่องยนต์กินน้ำมันมากที่สุด หากเราเปลี่ยนมาปล่อยให้รถไหลไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วค่อยเหยียบคันเร่ง จะช่วยให้หนุ่มสาวชาวเมืองเซฟน้ำมันได้ดีทีเดียว

 

2.เหยียบแต่น้อยก็วิ่งฉิวได้

     เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT จะมีการเปลี่ยนเกียร์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้น แทนที่เราจะออกตัวด้วยการเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง ลองหันมาใช้วิธีเหยียบคันเร่งออกตัวเบาๆดูบ้าง ให้รอบเครื่องยนต์อยู่ในระดับไม่เกิน 2,000 รอบต่อนาทีตลอดการเร่งความเร็ว ซึ่งเพียงพอให้รถสามารถแตะ 100 กม./ชม.ได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องเค้นคันเร่งให้เปลืองน้ำมัน เพียงแต่ต้องใจเย็นนิดนึง

 



 

3.ขับทางไกลคุมน้ำหนักเท้าให้คงที่

     เกียร์ CVT สามารถปรับอัตราทดได้ต่ำกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ฉะนั้นจึงสามารถขับขี่ที่ความเร็วสูงด้วยรอบเครื่องยนต์ต่ำ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันและลดภาระเครื่องยนต์ด้วย แต่อัตราทดที่ต่ำมากก็จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีแรงบิดพอที่จะเพิ่มความเร็วเช่นกัน ดังนั้น เมื่อขับขี่รถเกียร์ซีวีทีด้วยความเร็วสูง เรามักจะเห็นรอบเครื่องยนต์แกว่งขึ้น-ลงอยู่เรื่อยๆ หากเหยียบคันเร่งเพิ่มเพียงนิดเดียว รอบเครื่องยนต์ก็จะพุ่งขึ้นทันที ทำให้รถไม่ประหยัดน้ำมันเท่าที่ควร

     ดังนั้น วิธีแก้ไขก็คือควรใช้ความเร็วในระดับที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป (ถ้ายิ่งขับเร็ว อาการรอบแกว่งก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) และควบคุมน้ำหนักเท้าให้คงที่ ไม่เหยียบปล่อยๆ ก็จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้คงที่มากขึ้น ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นด้วย

 

4.ใช้เบรกแต่น้อย

     สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึงว่าจะส่งผลต่อการประหยัดน้ำมัน ก็คือการเหยียบเบรก เพราะหากลดความเร็วลงโดยไม่จำเป็น ก็จะต้องเหยียบคันเร่งเพื่อกลับไปแตะความเร็วเดิมทุกครั้ง ดังนั้น จึงควรใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมทั้งในเมืองและนอกเมือง เว้นระยะห่างคันหน้าให้พอดี จะได้เหยียบเบรกน้อยลง ทำให้ไม่ต้องเค้นคันเร่งกันบ่อยๆด้วยครับ

     เหล่านี้เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่สามารถปฏิบัติได้ทันที หากฝึกให้เคยชินจนเป็นนิสัย ก็จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋ามากขึ้นครับ

 

 
 

 

ออฟไลน์ ๊๊unchalee

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 32026
  • กระทู้: 77
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: อัญ
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 27 ม.ค. 2017, 13:31:28 »


รถยนต์รุ่นใหม่โดยเฉพาะจากค่ายญี่ปุ่น เริ่มหันมาใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง (CVT - Continuously Variable Transmission) กันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็มีหลายคนตั้งคำถามว่าระบบเกียร์ชนิดนี้ จะทนทานเหมือนกับเกียร์อัตโนมัติแบบดั้งเดิมหรือไม่?

     เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใช้หลักการทดกำลังด้วยพูเลย์จำนวน 2 ชุด ผ่านการหมุนของสายพานที่ออกแบบให้แข็งแรงเป็นพิเศษ ควบคุมการสั่งงานด้วยสมองกล เพื่อให้ความเร็วรอบเครื่องยนต์สัมพันธ์กับความเร็วที่รถวิ่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อดีคือการเปลี่ยนอัตราทดที่ลื่นไหล ต่อเนื่อง ไม่สูญเสียกำลังระหว่างเปลี่ยนเกียร์เหมือนเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวิร์ตเตอร์ หรือเกียร์ธรรมดาทั่วไป ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันขึ้นได้

     จุดเด่นสำคัญที่ค่ายรถยนต์หลายค่าย หันมาใช้เกียร์ซีวีทีกันเป็นส่วนใหญ่ คือ ชุดเกียร์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา รวมถึงต้นทุนที่ถูกกว่าชุดเกียร์แบบคอนเวิร์ตเตอร์อย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมรถอีโคคาร์ทุกรุ่นในตลาดบ้านเราจึงเลือกใช้เกียร์แบบซีวีที

 



     อย่างไรก็ดี เกียร์แบบ CVT ก็มีข้อด้อยที่ทำให้หลายคนไม่ชอบใจอยู่เหมือนกัน เช่น ความสนุกสนานในการขับขี่ที่สู้เกียร์อัตโนมัติทั่วไปไม่ได้ รวมถึงอายุการใช้งานที่ยังเป็นข้อกังขาของใครหลายคน ว่าจะสู้เกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวิร์ตเตอร์ได้หรือไม่

     ดังนั้น เราจึงขอแนะนำการใช้งานเกียร์ CVT ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่พังง่ายมาฝากกัน



     1.ไม่ออกตัวรุนแรง

     การออกตัวด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT นั้น หากเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงหลังจากปล่อยเบรก จะรู้สึกได้ว่ารถมีอาการรอรอบ ยังไม่ออกตัวในทันที ซึ่งเป็นผลจากการที่พูลเลย์ทั้ง 2 ทำงานไม่สัมพันธ์กัน จนในที่สุดสายพานจะต้องแบกรับแรงบิดจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสึกหรอในระยะยาวได้

 

     2.ไม่คิกดาวน์บ่อยครั้ง

     เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ถูกออกแบบให้เน้นความนุ่มนวลเป็นหลัก ดังนั้นการคิกดาวน์บ่อยๆ จะเป็นการเพิ่มแรงบิดไปยังชุดเกียร์ซึ่งอาจทำให้สึกหรอในระยะยาวได้เช่นกัน เพราะอย่างไรก็ดี แม้ว่าชุดสายพานจะทำจากโลหะที่มีความแข็งแรงสูง แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดอาการสายพานรูดได้ เมื่อต้องรับแรงบิดมหาศาลจนเกิดอาการสึกหรอ

 

     3.ขับทางไกลใช้น้ำหนักเท้าคงที่

     ใช้การขับขี่ทางไกลด้วยความเร็วสูงนั้น เกียร์ CVT จะมีอัตราทดต่ำมาก เพื่อให้ใช้รอบเครื่องยนต์น้อย เพิ่มความประหยัดน้ำมัน (ปัจจุบันเราเห็นรถเครื่องยนต์อีโคคาร์เครื่องเล็กๆ ทำความเร็ว 100 กม./ชม. ด้วยรอบไม่ถึง 2,000 รอบต่อนาทีด้วยซ้ำไป) ซึ่งอัตราทดที่ต่ำมากเช่นนี้ จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทดเกียร์ให้สูงขึ้นทุกครั้งเมื่อมีการเติมคันเร่ง ทำให้เกิดการสึกหรอของชุดเกียร์เร็วขึ้น

     ดังนั้น การขับขี่รถเกียร์ CVT ด้วยความเร็วสูง จึงควรเดินคันเร่งให้นิ่งจะดีกว่า มิเช่นนั้นชุดเกียร์จะมีการเปลี่ยนอัตราทดอยู่ตลอดเวลา

 



 

     4.หลีกเลี่ยงการใช้ Paddle Shift

     รถยนต์เกียร์ CVT หลายรุ่นก็ติดแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยมาให้ด้วย ซึ่งขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้งานบ่อยครั้งนัก เพราะเกียร์ซีวีทีจะมีการล็อคอัตราทดด้วยสมองกล แทนการล็อคอัตราทดแบบ Fix ด้วยฟันเฟืองแบบในเกียร์อัตโนมัติทอร์คคอนเวิร์ตเตอร์ ซึ่งจะเพิ่มภาระกรรมให้กับสายพานเกียร์โดยไม่จำเป็น ทำให้สึกหรอได้รวดเร็วขึ้น

 

     5.เปลี่ยนน้ำมันเกียร์อย่างสม่ำเสมอ

     เกียร์อัตโนมัติ CVT ก็ต้องการดูแลรักษาเช่นเดียวกับเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ดังนั้น จึงควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามที่ผู้ผลิตกำหนด เนื่องจากความร้อนในชุดเกียร์จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นของน้ำมันค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง

รู้แบบนี้แล้วก็ควรใช้งานเกียร์แบบ CVT ให้ถูกวัตถุประสงค์การใช้งานของมันด้วยนะ

ออฟไลน์ nawaminauto01

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 33013
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: nawaminauto
  • รถ: 1.2 J Eco
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 08 ก.พ. 2017, 18:03:13 »


แจ่มแมวครับ  8)

ออฟไลน์ ๊๊unchalee

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 32026
  • กระทู้: 77
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: ปทุมธานี
  • ชื่อเล่น: อัญ
  • รถ: 1.2 G
  • สีรถ: สีขาว
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: รถยาริส รุ่น G ใช้ดีไหม คุ้มค่าไหม
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 14 ก.พ. 2017, 14:25:46 »


ขอบคุณ ทุกเม็นต์ นะคะ

ออฟไลน์ ningningza

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 33530
  • กระทู้: 5
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: ขอนแก่น
  • ชื่อเล่น: หนิงหนิงซ่า
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

Tags: